Mайкхини's profileМайя : My every Ordinary...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 23

    คำถามที่ต้องการคำตอบ ของอาจารย์ปั้น

    1. ชื่อเล่นชื่อไรเอ่ย ? - แตม, เฌอแตม แต่โดยมาก ถ้าไม่ถูกเรียกว่ามะหมา ก็อีแตม (จิกหัวกูจริง)

    2. ลืมตามาดูโลกเมื่อไหร่กัน ? - 6 มีนาคม

    3. มีพี่น้องมั้ย ? - พี่ชายและน้องสาวอย่างละตัวค่ะ

    4. สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษคืออะไร ? - อ่านหนังสือ นอนอืด ทำกับข้าว แล้วก็กินซะให้เรียบ

    5. แล้วสิ่งที่เกลียดล่ะ ? - แง้ๆๆ กูทำแล้ว ทำไมกูต้องล้างด้วย

    6. มีสัตว์เลี้ยงมั้ย เป็นตัวอะไร ชื่ออะไรบ้าง ? - มีน้องแมวที่กลายสภาเป็นหมูมีขน สามตัวค่ะ

    7. คุณชอบเครื่องดื่มอะไร ? - ชาเย็นใส่นม โกโก้เย็น

    8. แล้วชอบกินอาหารอะไรบ้าง ? - แกงส้มปลากระพง กุ่งผัดสะตอค๊าบบบบ

    9. ชอบสีอะไร - สีเขียวเป็นพิเศษเลยค่า เพราะหนูเป็นกบ

    10. งานอดิเรกของคุณคืออะไร ? - อ่านหนังสือนิยายทั่วไป เล่นเน็ต

    11. คุณมีปมด้อยมั้ยแล้วปมด้อยของคุณคืออะไร ? - มีค่ะ ตัวบวม

    12. ชอบแต่งตัวแนวไหน โชว์เสื้อผ้าของคุณหน่อยสิ ? - ใส่ทูพีซตลอดเลย แว่นตากับรองเท้าแตะ

    13. คุณใส่นาฬิกาอะไรอยู่ ขอดูได้มั้ย ? - ได้มาดูสิมา

    14. เพลงไหนที่สามารถสื่อความเป็นคุณออกมาได้ ? - ไม่มีหรอก มีแต่เพลงที่ชอบอ้ะได้มั้ย

    15. กิจวัตรประจำวันของคุณเป็นยังไง ไหนบอกมาซิ ? - เดินไปเดินมาทั้งวัน

    16. มีแฟนรึยัง ถ้ายังคุณอยากมีมั้ย ? - มีแล้วๆ แฟนหนุ่ม สองตัวที่บ้าน อ้วนมาก ชอบมาร้องขอข้าวกิน

    17. แล้วถ้าเลือกได้ อยากมีแฟนหน้าตาเหมือนใคร ? ไม่รุ  

    19. คุณว่าคุณหน้าเหมือนใคร ?   ไม่มี เป็นตัวของตัวเอง  

    20. ไหนขอดูรูปคุณตอนยิ้มหน่อยซิ ?   Baring teeth 

    18. แล้วถ้าให้พาบุคคลในข้อ. 17 ไปเดท 1 วันจะพาไปไหน แล้วไปทำไรบ้าง ?  ไปนอนทั้งวานนนนเลย 

    21. ถ้าตกหลุมรักใครคนนึงอยู่ คุณจะบอกรักเค้าว่ายังไง ? - ไม่บอก 

    22. ห้องที่คุณชอบไปบ่อยๆในพันทิปคือห้องไหน ? - ห้องที่ทำกับข้าวอ้ะ น้ำลายยืดทุกที

    23. คนที่มาเยี่ยม Blog คุณบ่อยๆมีใครบ้าง ขอสัก 10 ชื่อแล้วกัน ? - มีค่อยมีหรอก บล๊อคไม่อัพ

    24. แล้วเค้าแต่ละคนเป็นคนแบบไหนตามความรู้สึกของคุณ ? -หลายคนน่าหนักใจ ฮ่าๆๆๆ

    25. มีอะไรอยากบอกพวกเค้ามั้ย ? - รักนะ ขอแสดงออกด้วยวาจาอันหนักหน่วง

    26. แล้วกับคนที่ส่ง Tag มานี่ล่ะ คุณคิดยังไงกะเค้า ? - อาจารย์ปั้นเป็นคนส่งมาให้ เป็นคนดีเดอะเบสออฟเดอะเยีย แต่บางทีก็แอบกัดเจ็บเล็กน้อย ทำเอาคันไปทั้งตัว

    27. แล้วจะบอกอะไรถึงคนที่ส่ง Tag มาให้คุณมั้ย ? - สาธุค่ะอาจารย์

    28. ตอนนี้คุณนึกถึงรายนามของคนที่คุณจะส่ง Tag ไปให้ 4 - อาจารย์ชิงคนที่หนูจะส่งแท๊กให้หมดแล้ว แล้วหนูจะส่งให้ใคร คนมาเยี่ยมสเปซหนูก็น้อยนิดปิ๊ดรี๊ด เอาเป็นว่าส่งให้ เฟินเปิ้ลยุ้ยแอนล่ะกัน

    29. คุณคิดว่า 4 คนนี้คิดยังไงกะคุณบ้าง หลังจากที่คุณส่ง Tag ไปให้ ? - ไม่ทำได้มั้ย

    30. ขอเหตุผลหน่อยสิว่าทำไมต้องส่งไปหา 4 คนนี้ด้วย ? - คิดออกแค่นี้

    31. ข้อสุดท้าย มีอะไรจะฝากถึงคนที่คุณกำลังจะส่ง Tag ไปหาเค้าบ้าง ? - ตอบซะดีๆ

    August 21

    การเลือกซื้อ Notebook

     
    Thanks a lot for the information
     
     

    การเลือกซื้อ Notebook

    ติดประกาศ ศุกร์ 03 ก.พ. 06@ 05:14:09 ICT โดย thainuke

     

    naykitti บันทึก "จากการที่มีผู้ถามเกี่ยวกับการเลือกซื้อ Notebook ดังนั้นจึงได้รวบรวมคำถาม คำตอบ สำหรับการเลือกซื้อ Notebook อาจเป็นการตอบแบบคร่าวๆ ไม่ละเอียดมากนัก ควรอ่านคำถามคำตอบตั้งแต่ต้น
    การเลือกซื้อ Notebook นั้นมีหลักเกณฑ์ในการเลือกซื้ออย่างไรบ้าง
    ราคาของ notebook
    • Notebook มีกี่ประเภท
    • Spec ของเครื่อง Notebook มันหมายความว่าอะไรบ้าง
    • CPU Intel ที่มีคำว่า Centrino, Sonoma หรือ Pentium ต่างกันอย่างไร
    ช่องต่อหรือการเชื่อมต่อของ Notebook มีอะไรบ้าง
    การ upgrade notebook สามารถทำอย่างไรได้บ้าง
    การเลือกซื้อควรจะสังเกตอะไรอื่นๆอีก

     

    Q. การเลือกซื้อ Notebook นั้นมีหลักเกณฑ์ในการเลือกซื้ออย่างไรบ้าง
    A. อันดับแรกสุดนั้น ควรถามตนเองดูว่า ต้องการใช้งาน notebook สำหรับทำงานอะไรบ้าง โดยอาจเขียนเป็นข้อๆเอาไว้ เรียงลำดับการใช้งานมากที่สุดจนถึงใช้งานด้านนั้นน้อยที่สุด เช่น พิมพ์รายงาน ทำ Slide Show PowerPoint ดูหนัง ฟังเพลง เล่น Internet หากงานที่ทำมีลักษณะเป็นอย่างนี้ แนะนำว่า เครื่องใหม่ที่ขายตามท้องตลาดโดยทั่วไป สามารถรองรับการทำงานแบบนี้ได้ทุกเครื่อง(ยกเว้นเครื่องมือสองเก่าๆนะครับ) แต่หากว่าต้องมีการทำงานทางด้าน Graphic เช่น ตบแต่งรูปภาพ ทำงานทางด้านภาพ 2D 3D ถ้างานประเภทนี้ต้องใช้ notebook ที่มีคุณลักษณะสูงกว่าปรกติ หรือ แนะนำว่าควรซื้อเป็นเครื่อง PC จะดีกว่า

    Q. ราคาของ notebook
    A. ส่วนใหญ่ต้องดูงบประมาณในกระเป๋าตังว่ามีอยู่เท่าไหร่ ประมาณออกมา เช่น 40,000 บาท บวกลบ 5,000 เป็นต้น อย่าลืมนะครับว่าราคาขายที่เห็นส่วนใหญ่แล้วยังไม่รวม Vat อีก 7% อาจจะต้องเผื่อเอาไว้ด้วย เพราะบางครั้งต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอีก เช่น mouse เป็นต้น น้ำหนักของเครื่องจะแปรผันแบบผกผันกับราคาที่จ่ายไป คือ notebook ตัวเบาๆ จะราคาแพง ส่วน notebook ตัวหนักๆ จะราคาถูก

    Q. Notebook มีกี่ประเภท
    A. ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 3 ประเภท ตามลักษณะและน้ำหนักของเครื่อง คือ
    • Mainstream เป็น notebook ที่มีน้ำหนักประมาณ 2-3Kg.
    • Sub-notebook เป็น notebook ขนาดเล็ก เบา น้ำหนักต่ำกว่า 2kg.
    • Desktop Replacement เป็น notebook ที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 3.5 kg.

    Q. Spec ของเครื่อง Notebook มันหมายความว่าอะไรบ้าง
    A. เอาแบบเป็นข้อๆ เลยนะครับ จะยกตัวอย่าง หนึ่งรุ่น มีคุณสมบัติดังนี้
    1. Intel Pentium M 725 1.6GHz. , 1MB. L2Cache FSB 400MHz.
    2. Chipset Intel 855GME
    3. Ram DDR 256MB. Up to 2GB.
    4. Harddisk 40GB. 4200RPM.
    5. CD-RW/DVD combo Drive
    6. 15” XGA TFT LCD
    7. VGA Intel Extreme Graphic 2 up to 64MB.
    8. USBx2, modem 56k, LAN 10/100
    9. Battery Li-ion, Weight 2.75kg.
    10. price xx,xxx Baht

     

    แปลความหมายของคุณสมบัติต่างๆ ได้ดังนี้


    1. Intel Pentium M 725 1.6GHz. , 1MB. L2Cache FSB 400MHz.
    a. แสดงถึงหน่วยประมวลผลหรือ CPU ว่าเป็นของบริษัท Intel รุ่น Pentium- M 725 ความเร็ว 1.6GHz. หน่วยความจำของCPU มีจำนวน 1MB. มี Bus หรือเส้นทางการขนส่งข้อมูลความเร็ว 400MHz.
    b. หน่วยประมวลผลของ notebook มีหลายบริษัท เช่น Intel, AMD, Transmeta, Motorola ฯลฯ แต่ที่นียมใช้กันมีเพียง Intel และ AMD
    i. รุ่นของ CPU หากมีคำว่า M(Mobile)หรือบอกว่าเป็น Centrino แสดงว่าเป็น CPU เฉพาะของ Notebook
    ii. Intel Pentium หรือ Centrino ต่างจาก Intel Celeron คือ Pentium มีชุดคำสั่งเกี่ยวกับการประมวลผลทางด้านกราฟิก และหน่วยความจำของCPUมีมากกว่า
    iii. โดยทั่วไปความเร็วของCPU Notebook โดยทั่วไปประมาณ 1.5-2.0GHz. แต่จะมีรุ่นที่ความเร็วน้อยกว่านี้เช่น 1-1.2GHz. จะลงท้ายด้วย ULV จะเป็นแบบประหยัดพลังงาน แต่ก็มีประสิทธิภาพด้อยลง
    iv. หน่วยความจำของCPUจะมี 2 แบบ คือ 1MB, 2MB แล้วแต่รุ่นของCPU ถ้ามีมากจะช่วยให้การประมวลผลเร็วขึ้น

     

    2. Chipset Intel 855GME
    a. แสดงถึงChipset ที่อยู่บน Mainboard ไว้สำหรับควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ภายในเครื่อง ปัจจุบันมี 2 รุ่นคือ 855 และ 915
    i. หากเป็น 915 แสดงว่าเป็น Chipset รุ่นใหม่
    ii. คำว่า GME แสดงว่ามีลักษณะของหน่วยแสดงผลอยู่กับChipset


    3. Ram DDR 256MB. Up to 2GB.
    a. Ram หรือหน่วยความจำของเครื่อง โดยทั่วๆไปจะประมาณ 256-512MB. หากมีจำนวณมากจะทำให้สามารถเปิดโปรแกรมได้หลายๆโปรแกรมในครั้งเดียว
    i. หากมีน้อยกว่า 256MB. ควรให้ทางร้านค้าเพิ่ม ไม่ควรมีram น้อยกว่า 256MBในเครื่อง เพราะว่าตัว Microsoft Windows หากเปิดใช้งานปรกติจะใช้ ram ประมาณ 180MB. แล้วหากเปิดโปรแกรมอื่นๆอีก จะทำให้หน่วยความจำไม่พอ และเครื่องจะช้าลง
    ii. หากใช้งานทางด้านกราฟิก ควรมี ram ไม่ต่ำกว่า 512MB.

     

    4. Harddisk 40GB. 4200RPM.
    a. ฮาร์ดดิสก์ โดยทั่วไป ต่ำที่สุดในท้องตลาดที่มากับเครื่องจะประมาณ 40GB. แต่บางรุ่นอาจสูงกว่านี้ เช่น 60GB, 80GB, 100GB เป็นต้น
    b. ส่วน 4200RPM คือความเร็วรอบของฮาร์ดดิสก์ จะมี 2 ขนาดคือ 4200 และ 5400 รอบต่อนาที หากมีจำนวณรอบที่สูงก็จะทำงานเร็วขึ้น แต่ราคาก็สูงไปด้วย

     

    5. CD-RW/DVD combo Drive
    a. Combo Drive หรือบางรุ่นอาจบอกว่าเป็น CD-RW/DVD คือ สามารถเขียน CD ได้ และสามารถดูและอ่านแผ่น DVD ได้ หากว่าเป็นรุ่นที่เขียน DVD ได้จะบอกว่า DVD-RW หรือ DVD Writer
    b. ส่วนใหญ่ความเร็วของ Drive CD/DVD จะเท่ากันทุกรุ่น คืออ่าน CD ที่ 24x และอ่าน DVD ที่ 4x


    6. 15” XGA TFT LCD
    a. จอภาพของ notebook มีหลายขนาดเช่น 12”, 13.3”, 14.1”, 15”, 17”, 14” wide, 15.4” Wide
    b. ขนาดของจอภาพจะมีผลต่อขนาดของเครื่อง notebook ด้วย
    c. หากเป็นจอกว้างทั่วๆไป จะมี 2 ขนาด คือ 14” และ 15.4” ช่วยให้สามารถชม DVD ได้อย่างเต็มจอภาพ
    d. ความระเอียดของจอภาพส่วนใหญ่จะมีขนาด 1024x768 ถ้าเป็นจอกว้างจะมีขนาด 1280x800
    e. ถ้าเป็นจอภาพรุ่นใหม่ๆ เช่น Clear View หรือ CrytalBrite เป็นชื่อของแต่ละผู้ผลิต คือจะเป็นจอภาพที่ลดแสงสะท้อน ทำให้ดูได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

     

    7. VGA Intel Extreme Graphic 2 up to 64MB.
    a. คือหน่วยแสดงผลหรือ การ์ดจอจะมี 2 แบบ คือ การ์ดจอ onboard และการ์ดจอแยก
    b. หากเป็นการ์ดจอ onboard จะเอาหน่วยความจำของเครื่องส่วนหนึ่ง ไปทำเป็นหน่วยความจำของการ์ดจอ ทำให้หน่วยความจำของเครื่องลดลง แต่มีข้อดีคือ ราคาถูก
    c. การ์ดจอแยก ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ดจอที่ช่วยในการประมวลผลกราฟิก เช่น ATI Radeon เป็นต้น
    d. หน่วยความจำของการ์ดจอ ส่วนใหญ่จะประมาณ 64MB. บางรุ่นจะมี 128MB. ซึ่งส่วนใหญ่หากหน่วยความจำมากๆ จะเป็นการ์ดที่เกี่ยวข้องกับงานกราฟิก
    e. ส่วนใหญ่ถ้าเป็นของ Intel จะเป็นการ์ดจอ onboard

     

    8. USBx2, modem 56k, LAN 10/100
    a. โดยทั่วๆไป เครื่อง notebook จะมีช่องต่อ USB เพื่อต่อพ่วงอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น Flash Drive, Printer ช่องต่อ USB ส่วนมากจะมีไม่ต่ำกว่า 2 ช่อง
    b. โมเด็มและ Lan โดยส่วนใหญ่จะต้องมีทุกเครื่อง ช่องทั้งสองจะคล้ายๆกัน แต่ช่องต่อโมเด็มหรือต่อโทรศัพท์จะมีขนาดเล็กกว่า


    9. Battery Li-ion, Weight 2.75kg.
    a. บอกถึง Battery ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Li-ion ทั้งหมด คือ สามารถcharge ไฟได้ โดยไม่ต้องรอให้ battery หมดก่อน
    b. น้ำหนักของเครื่องมีผลต่อการพกพา และน้ำหนักของเครื่องนั้นรวม battery แล้ว แต่ไม่รวม adapter ไฟ และกระเป๋า

    Q. เรื่องของ CPU Intel ที่มีคำว่า Centrino, Sonoma หรือ Pentium ต่างกันอย่างไร
    A. Centrino คือ notebook ที่ประกอบด้วย 3ส่วนคือ CPU Pentium M, Chipset i855 และ Wireless LAN ต้องมีครบทั้ง  3 ส่วน

    Sonoma จะมีการปรับปรุงใช้ Chipset ที่ใหม่กว่า Centrino คือ Chipset i915 และCPU Centrino จะประหยัดไฟกว่า CPU Pentium ปรกติ ทำให้ใช้งาน notebook จาก battery ได้นานกว่า

    Q. ช่องต่อหรือการเชื่อมต่อของ Notebook มีอะไรบ้าง
    A. โดยทั่วไปการเชื่อมต่อของ Notebook จะมี
    ช่องต่อจอภาพภายนอกหรือช่องต่อ VGA
    ช่องต่อ USB เพื่อต่อพ่วงอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น Flash Drive, Printer ช่องต่อ USB ส่วนมากจะมีไม่ต่ำกว่า 2 ช่อง
    ช่องต่อ Microphone และ line-out สำหรับต่อลำโพงภายนอก
    ช่องPCMCIA เป็นช่องต่อการ์ดที่มีลักษณะกว้างยาวเท่ากับบัตรCredit การ์ด PCMCIA ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ด LAN, Wireless LAN เป็นต้น
    ช่องต่อโมเด็มและ LAN โดยส่วนใหญ่จะต้องมีทุกเครื่อง ช่องทั้งสองจะคล้ายๆกัน แต่ช่องต่อโมเด็มหรือต่อโทรศัพท์จะมีขนาดเล็กกว่า

     

    Q. การ upgrade notebook สามารถทำอย่างไรได้บ้าง
    A. Notebook จะไม่สามารถ Upgrade อุปกรณ์ได้ง่ายเหมือนกับ PC โดยทั่วๆไปแล้วจะสามารถ เพิ่ม ram ได้อย่างเดียว ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ จะต้องถอดเปลี่ยนเท่านั้น หรือซื้อเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วง

    Q. การเลือกซื้อควรจะสังเกตอะไรอื่นๆอีก
    A. โดยทั่วๆไป
    ควรจะทดลองใช้งานเครื่อง notebook ว่าถนัดในการใช้งานหรือไม่ การใช้ keyboard การพิมพ์ การใช้ mouseที่เป็น touchpad ว่าใช้งานได้หรือเปล่า รูปทรง ขนาด น้ำหนัก เวลาถือหรือหิ้ว
    ควรสังเกตที่จอภาพว่าจะต้องไม่มีจุดบอด(Dead Pixel) เป็นจุดที่ไม่แสดงผลสีต่างๆออกมาหรือแสดงผลออกมาเพียงสีเดียว
    ซื้อ Notebook ทุกครั้งจะต้องมี Vat หรือภาษีจากบริษัทที่ขาย เท่านั้น เพื่อเป็นข้อยืนยันหนึ่งว่า notebook ที่ได้มานั้น ถูกกฏหมาย ไม่ได้ขโมยมา หรือเป็น Notebook มือสอง
    ยี่ห้อของ notebook มีหลากหลายยี่ห้อ ไม่สามารถบอกได้ว่ายี่ห้อไหนดีกว่ากัน ควรสอบถามผู้ที่เคยใช้จะดีกว่า หรือสอบถามจากร้านค้า
    ควรทำการสำรวจตลาด คือถามหลายๆร้าน เพื่อเก็บข้อมูลจะดีที่สุด
    ราคาของเครื่องจะเท่ากันทุกร้าน โดยส่วนใหญ่จะไม่ลดราคามากนัก หรือจะแถมของแถมมากกว่าลดราคา เนื่องจากว่าผู้ผลิตไม่ต้องการให้มีการตัดราคาขายมากนัก จึงไม่ยอมให้ร้านค้าต่างๆ ลดราคาของสินค้า หากราคาถูกกว่าปรกติ หรือถูกกว่าร้านอื่นมาก ควรระวังอาจเป็นสินค้าที่มีปัญหา
    ไม่ควรซื้อแบบเผื่อใช้งานโน้น ใช้งานนี้ เช่น เผื่อทำงาน 3D ตบแต่งรูป หากใช้งานพวกนั้นไม่บ่อยมากนัก เพราะจะทำให้สิ้นเปลือง


    หมายเหตุ: ใครมีแผนที่จะซื้อ Notebook ใหม่!!! เชิญอ่านบทความนี้ก่อนครับ :)"

     

     

     

    August 17

    My every Ordinary Day

     
    My every Ordinary DaY
     
     
    เริ่มทำงานมาได้เดือนครึ่งแล้ว
     
    ชีวิตประจำวัน เกือบจะเรียกได้ว่า routine
     
     
     
    แต่ก็เป็น  routine ทีบิดเบี้ยวเต็มทน 
     
     
     
    เพราะไม่ได้ตื่นนอนอาบน้ำ กินข้าว ทำโน่นทำนี่เวลาเดิมทุกวัน
     
    สิ่งที่ทำทุกวันก็เริ่มจากการตื่นสาย (กว่าที่มันควรจะเป็น)
     
     
    และก็ไปทำงานสาย
     
    (กินเงินเดือนเจ้านายและกินแรงคนทั้งออฟฟิส
    โดยเฉพาะอีเปิ้ลที่ต้องทำงานล่วงไปแล้วเกือบสองชั่วโมงกว่าอิชั้นจะเด็จไปถึง
    เวลาเก็บของก่อนเลิกงาน มันก็จะเหน็บแนมด้วยความรักใครว่า
    "แหม่!! อีนี่ มาก็ช้ายังจะรีบกลับอีกนะ")
     
     
     
    ช่วงเวลาที่มีความสุขระหว่างวัน
    ก็จะเป็นเวลาที่ได้นั่งรถเมล์ไป
    (ขอย้ำ ว่านั่งรถเมล์ ถ้ายืนก็จะเซ็งนิดหน่อย)
     
    อ่านหนังสือ
    ฟังเพลง
    และแอบเหม่อไปนอกหน้าต่างในบางที
     
     
    สงสัยคงเป็นเพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่คนเดียวแบบเหงาน้อยที่สุด
    เพราะมีคนล้อมหน้ารอบหลังเพียบไปหมด
     
    ไม่เหงามากเท่าตอนอยู่ห้อง
     
     
     
    บางทีเจอเจ๊แก่ๆ ก็ต้องลุกให้เขานั่งบ้าง เพราะผู้ชายใจจืดมันนั่งอยู่ถ้วนทั่วทุกหัวระแหง (รถเมล์)
     
     
     
    พอนั่งรถเมล์ผ่านช่วงที่เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะทอดสายตาออกไปไกลๆ
    เพื่อพักสายตาบ้าง คิดอะไรก็เพลินดี
     
    (เพราะมันเป็นที่เดียวตลอดการเดินทางของ 515 ที่สามารถทอดสายตาได้)
     
     
    บางครั้งเวลาผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะคิดถึงทะเลที่บ้าน คงเป็นเพราะว่า
    แม่น้ำเจ้าพระยาในตอนนี้ก็ทำหน้าที่เดียวกับทะเลในตอนนั้น
     
     
    แม้ตอนนั้นจะคิดว่ามันขี้เหร่แล้วก็ take it for granted ก็เหอะ
    ตอนนี้คิดถึงจัง
     
     
     
    ทุกกว่าจะไปถึงที่ทำงานก็สาย
     
    ทำงานได้สักพักก็ไปกินข้าวเที่ยง
     
    แล้วก็กลับมา
    ทำงาน
    ทำงาน
    ทำงาน
     
     
    หรือไม่ก็นั่งว่างงงงง มันแม่งทั้งวัน เล่นเน็ตกะอีเปิ้ล
     
     
    แล้วก็เลิกงาน
     
    ไปกินข้าว
     
    กลับบ้าน
     
    นั่งรถเมล์/ยืนรถเมล์
     
    อ่านหนังสือ/ฟังเพลง
     
     
     
    ----------------------------------
    อยูคนเดียวบางทีก็ดีเหมือนกัน
     
    เหงาหน่อยแต่ก็ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
    -----------------------------------
     
     
    ช่วงกลางวันเวลาอยู่กับอีเปิ้ล จะเป็นช่วงที่ฮาที่สุด เพราะอีเปิ้ลมันเมากัญชาทั้งวัน
     
    ขำอยู่ทั้งวัน ไม่ยอมเลิก อีนี่มันอารมณ์ดีผิดมนุษย์จริงๆ
     
     
     
     
    จะมีบ้างก็บางวันเวลาที่มันจิตตกเรื่องงาน
     
    เราก็จะทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไปหาหนังสือมาอ่านแก้เซ็งแทน
     
     
     
    |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
     
     
    ชีวิตการทำงานก็มีอยู่แค่นี้
     
     
    งานที่ทำก็สนุกดี
     
    อาจจะเป็นเพราะยังใหม่อยู่เลยสนุกกับมัน
    งานก็ยังไม่หนักมากนัก
    เพื่อนก็มี เลยไม่เหงาในที่ทำงาน
     
    คนอื่นๆ เขาก็เป็นกันเอง
     
    อยู่ๆ ไปแล้วมันก็สบายใจดี
     
     
     
    บางทีก็ได้ออกไปข้างนอกบ้างก็สนุกเหมือนกัน
    ได้ออกไปดูของที่คาร์โก้
    โน่นๆ นี่ๆ ก็สนุกดีและหมดไปอีกวัน
     
     
    แต่ก็มันเหมือนมันขาดๆ ยังไงก็ไม่รู้
     
     
     
     
     
    ดีนะที่ได้ทุนซะ ดีใจที่ได้ และเกินคาดเพราะไม่คิดว่าจะได้ไป
    ไปเรียนที่รัสเซียมันด้วยกันทั้งฝูงนี่แหละ
     
    ไปกันหมด
     
     
    มีคนบอกว่า
    "ไม่รู้แตมกับเปิ้ลทำบุญด้วยอะไร งานก็ได้ทำด้วยกัน ได้ทุนก็ยังได้คณะเดียวกันอีก"
     
     
    เปิ้ลเลยตอบให้หายข้องใจว่า
    "ปลาท่องโก๋"
     
     
    ลองชาตินี้มันรู้แล้วว่า ทำแล้วมันซวยต้องมาพบเจอกับกูทุกทีไป
    สงสัยมันจะเลี่ยงไม่ใช้ปลาท่องโก๋แล้วอ้ะ (ลงทุนอีกหน่อยนะอีเปิ้ล)
     
     
    ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
     
     
     
    สืบเนื่องจากเรื่องได้ทุน
     
     
     
    เป็นเพราะว่าการได้ทุนนี้
    มันไม่ใช่ทุนที่ยากอะไรนักหนา
     
    ไม่จำเป็นต้องเรียนดีมาก เริ่ด เพอเฟก ก็สามารถได้ทุนได้
     
     
     
    ตอนนี้มันก็อยู่แค่ว่า จะมีพ๊อคเก็ตมันนี่พอที่จะอยู่และไปเรียนได้รึปล่าว
     
     
    ช่วงนี้ใครๆ ก็รู้ว่า เศรษฐกิจ ขาลง เล่นทำกราฟเป็นมุมฉาก ดิ่งลงไปเรื่อยๆ
     
    สำหรับร้านถ่ายรูปเงินไม่หนาอย่างบ้านเราที่มันแย่อยู่แล้วมันก็ร่วงลงไปได้อีก และคิดว่าคงได้มากกว่านี้อีก
     
    อย่างไม่มีที่สิ้นสุดและขีดจำกัด
     
     
     
     
    ทั้งนี้และทั้งนั้น
    เนื่องจากผลทุนมันประกาศก่อนวันแม่ไม่กี่วัน
     
    หลังจากเราเชื่อว่าเราจะไม่มีโอกาสได้ก้าวเท้าออกจากเขตแดนประเทศไทยในชีวิตนี้
     
    เพราะไม่มีตังมากพอ
     
    หลังจากที่เราเชื่อว่าเราทำงานหาเงินเองได้ และจะไม่รบกวน ขอตังพ่อและแม่ใช้อีก
     
    ยังไม่ครบเดือน
     
    เราก็ต้องขอแม่อีกแล้ว
     
     
     
    แม่เป็นคนที่วิ่งเต้น หาเงินให้เราทุกบาททุกสตางค์แลกกับการที่จะได้ไปในครั้งนี้
     
    เรียกว่ารีดกันเลยทีเดียว
     
     
     
    ทำให้เรารู้สึกว่า วันแม่ปีนี้ เราไม่ได้ทำอะไรให้แม่เลย แต่แม่ยังกลับต้องมาลำบากเพราะเราอีก
     
    แต่ก็เอาเถอะ หวังว่ามันจะทำให้แม่ภูมิใจได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ
     
     
     
    เนื่องในวันแม่
    ขอให้แม่มีความสุขกับตัวเองบ้าง
    เครียดให้น้อยลง
    สุขภาพดีขึ้น
    ให้แม่ผอมๆ
     
     
    สาธุ
     
     
     
    ปล. รักและคิดถึงแม่นะก๊าบบบบบบบบบRed heart
     
    (จากเรื่องที่ทำงานกลายมาเป็นเรื่องวันแม่ได้ไง!!!)
     
     
     
    June 30

    ฮ่วย!!!! สุดยอดการบริการอันดับหนึ่งของเอเซอร์

     
     
     
    ......กาลครั้งหนึ่งเมื่อเดือนนึงมาแล้ว......
     
     
     
    พีซีของข้าพเจ้าเกิดอาการเฮี้ยนขึ้นมากระทันหัน
     
    (อยู่ดีๆ พี่แกก็ลุกลี้ลุกลน นึกจะเกลียดกัน)
     
    เปิดมันไม่ได้กันซะอย่างนั้น
     
     
     
     
    เปิดไม่ได้อย่างเดียวไม่พอ
     
    พี่แกเสือกชอบทำตัวให้ความหวัง
     
     
     
     
    เปิดติดขึ้นมาแว๊บบบบ!!! ไม่ถึงสามวิ ก็ดับไปอย่างไร้ร่องรอย
     
     
     
    ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก ขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่ได้
     
    รีบก็รีบ จะใช้ ก็ไม่ได้ใช้ ต้องเอาไปส่งศุนย์ให้ช่างซ่อม
     
     
     
     
    เรื่องของเรื่องคือ เมื่อย้ายออกมาจากทุ่งรังสิตแล้ว
     
    การจะไปที่ไหนก็จะเซ็งมาเพราะรถติด
     
    ถ้าอยู่รังสิตไปเซียร์ แป๊บเดียวถึง รถไม่ติด สบาย
     
     
     
    แต่นี่
    จะรีบใช้ ก็เลยต้องยกทูลหัวทูนเกล้ากันไปพระราม 3
     
    ศูนย์บริการสาขาใหญ่ของเอเซอร์
     
    .
    .
    .
    .
    .
    .
     
    Round One
     
    ณ ศูนย์บริการสาขาใหญ่ของเอเซอร์ 
     
     
    ซึ่งตัวข้าพเจ้าคาดหวังไว้ว่า เป็นถึงศูนย์ใหญ่ ก็ต้องมีการบริการที่ดีให้ (สักนิดน่า)
     
    วันที่ยกมาเป็นวันเสาร์ ช่างก็ไม่มี เชคก็ไม่ได้ เลยต้องทิ้งเอาไว้..แล้วรอฟังผล
     
    ขาไปนี่ก็จะให้ยกพีซีขึ้นรถเมล์ก็ไม่ไหว
     
    ก็ต้องแทกซี่ล่ะคับ พี่น้อง ค่ารถก็ปาเข้าไป ร้อยกว่าบาท
     
     
     
     
    วันจันทร์ พอทางศูนย์ติดต่อกลับมาก็บอกว่า คอมไม่ได้เป็นอะไรเลย
     
    ก็เลยนึกว่าตัวเองอุปทานไปเอง
     
    คงไม่เป็นอะไรจริงๆ
     
     
     
     
    พอเอากลับมา แม่งก็เป็นเหมือนเดิม  ฮ่วย กูจะยกไปทำไม
     
    ก็เลยโทรไปบอกมัน ...มา!!! มึงกลับมาเอาเลยนะ ยกไปซ่อมนะไม่ได้ยกไปให้ดู...
     
     
     
     
    ปล่าวไม่ได้พูดงี้หรอก 555 พูดงี้เขาก็ตบกูกะโหลกแตกสิ
     
     
    (.....ขอสายผู้จัดการค่ะ.....) 
     
     
     
     
     
     
    เขาก็ดีนะ มายกไปซ่อมให้ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่มีบริการนี้
     
    (บริการเสริม กูจัดเอง เก่งไม๊)
     
    ต้องให้โทรไปจิก ถึงจะมีบริการ ยกไปซ่อมให้ 
     
     
     
     
    แล้วก็โทรมาบอกว่า ไม่เจออาการอะไรเหมือนเดิม มีแต่ไดร์ฟ เอเสีย เดี๋ยวเปลี่ยนให้
     
    (บ้านใครที่ไหนเขายังใช้กันอีกวะ....ไม่เปลี่ยนกูก็ไม่เดือนร้อนหรอก)
     
     
     
     
    พอตอนไปเอาก็ถามว่าต้องจ่ายตังเท่าไหร่ ---มันก็บอกว่าไม่ต้องจ่าย
     
     แต่พอเอากลับมาก็ยังใช้ไม่ได้อยู่ดี
     
     
    สุดท้าย สุดทน เลยต้องยกไปพันทิพย์ เพราะไม่มีตังยกไปพระรามสามแล้ว
     
    .
    .
    .
    .
    .
    .
     
    Round Two
     
    พอไปพันทิพย์ แค่สแกนบาร์โค้ดเครื่อง มันบอกว่า
     
    เครื่องหมดประกันแล้ว ถ้าส่งซ่อม ไม่ว่ายังไงๆ ก็ต้องจ่ายค่าบริการ 535 บาท
     
    ค่าอะไหล่ไม่ต้องเสีย เพราะยังไม่ครบสามปี
     
     
     
    นี่...กูยกไป ยกมา ยกไป ยกมา ค่ารถก็เสีย ค่ากินก็เสีย ซ่อมก็ไม่ได้
     
    ยังต้องเสียค่าบริการอีก
     
     
     
     
    หึหึหึ...อยากตะโกนใส่หน้ามันว่า...กูไม่มีตังแล้วโว้ย
     
    (ทำไรไม่ได้---ยกคอมกลับ)
     
    .
    .
    .
    .
    .
    .
     
    Round Three
     
     
    รอบสุดท้าย
     
    ต้องโทรไปกัดจิกกับ Call Center
     
     
    บอกว่านี่มันยังไงกัน ห๊า!!
     
    ซ่อมก็ซ่อมไม่ได้ เสียเวลา เสียแรง เสียเงิน
     
    แถมที่นั่นบอกไม่คิดค่าซ่อม แต่ที่นี่คิด
     
     
     
    คุณพนักงานก็เลยโทรไปประสานงานได้
     
     
     
    สรุปว่าต้อง repeat
     
    เรื่องที่เล่ามา ประมาณสาม ถึงสามสี่รอบให้ผู้เกี่ยวข้อง อันได้แก่
     
    call center, พนักงานที่ศูนย์เอเซอร์ และ ผู้จัดการ
     
     
     
     
    กูจะจำได้ขึ้นใจอยู่แล้ว
     
     
     
     
    เสร็จแล้วสรุปสุดท้าย พี่แกไปปรึกษากัน
     
    จนได้เรื่องมาว่า คราวที่แล้วเป็นการผิดพลาดของพนักงาน
     
    ที่สแกนบาร์โค้ดแล้วเข้าใจว่า เครื่องยังมีอายุไม่เกินหนึ่งปี
     
     
    ส่วนการที่เปลี่ยนไดร์ฟเอแล้วไม่คิดเงินนั้น ยกผลประโยชน์ให้
     
    (ฮ่วย!!! อย่ามาพูดอย่างนี้นะกูไม่ใช่ความผิดกูเลย ไม่ต้องมาแสดงให้เป็นหนี้บุญคุณ กูไม่รู้สึกหรอกโว้ย!!!)
     
    (แถมทุกวันนี้ โลกไหนเขายังใช้กันอยู่อีกไดร์ฟเออ้ะ)
     
     
     
     
    สี่ห้าวันต่อมา
    หลังจากที่ตกลงกันได้เรียบร้อย เอาเครื่องไปส่งที่พันทิพย์
     
     
     
    พอเสร็จ
    เขาส่งแมสเซจมาบอกให้ไปรับกลับ
    ก็เลยโทรไปถาม call center
    มันก็บอกว่า มีค่าบริการ 535 บาท
     
     
    แม่ง!!!! คิดตังกูอีกและ....ไม่รู้จักจำ
     
     
     
     
     
    แค้นนนน!!!!!
     
     
    อย่างนี้ก็ต้องโทรไปหา call center อีกสักที เผื่อจะฟื้นความจำได้
     
     
     
    หลังจาก repeat เรื่องที่เล่ามาแล้วเป็นรอบที่ แสนแปด
     
     
     
     
    "ตกลงว่าจะเอายังไงคะ ก็คุยกันไว้อย่างนึง แต่ทำอีกอย่าง"
     
    "เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา แล้วไม่ได้อะไรกลับมาอย่างนี้ดิฉันควรทำยังไงเหรอคะ คิดจะรับผิดชอบกันบ้างไม๊"
     
    "ที่ซื้อเอเซอร์นี่ ซื้อบริการนะคะ แต่ถ้าได้บริการอย่างนี้กลับมาก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงดี"
     
     
     
     
     
     
     
    "งั้นเดี๋ยวขอโทรไปถามที่ศูนย์พันทิพย์ก่อนนะคะ"
     
      
      
    "คุณเมฆินีคะ ตกลงว่า ค่าอะไหล่ และค่าบริการไม่คิดนะคะ"
     
     
     
     
     
    "ค่า"
     
     
     
     
      
     
    กูพูดจนไม่ต้องจ่ายมันจนได้นั่นแหละ
     
     
    ปล. ตอนไปเอาเครื่อง เมเนเจอร์ที่ศูนย์พันทิพย์บอกว่า
     
    ตกลงว่า ค่าบริการฟรีแค่ครั้งนี้นะครับ หรือว่าครั้งต่อไปด้วย
     
     
    (ยังๆ ยังกวนตีนอีก เดี๋ยวๆ เดี๋ยวมึงเจอคอลเซ็นเตอร์)
    June 28

    การอยู่บ้าน

     
    การอยู่บ้านช่างมีความสุขนักแล
     
     
    ห่างกันไปนานแสนนาน บ้านที่แสนคิดถึง
    บ้านที่ทั้งรกทั้งเน่า
     
     
    เราก็อยู่กันมาได้เป็นสิบๆ ปี
     
    ตอนนี้ก็ยังรักที่จะอยู่ต่อไป เรื่อยๆ เรื่อยๆ
     
     
     
     
    การกลับบ้าน แค่อาทิตย์เดียว ทำให้รู้ว่า
     
    การไปตลาด ช๊อปปิ้ง ทำกับข้าว เช้า-เย้น เช้า-เย็น มันช่างมีความสุข
     
    เงินก็ไม่มี อยากเกาะพ่อแม่กินอย่างนี้เรื่อยไป
     
     
     
    ดูท่าพ่อกับแม่จะชอบให้ทำกับข้าวด้วย
     
    ขาดก็แต่คนล้างจาน ---- เซ็งเป็ด
     
    แทนที่น้องมันจะช่วย บางวันมันก็แดกแล้วชิ่ง
     
    บางวันมันก็ไม่ยอมกิน เพราะไม่อยากมีภาระรับผิดชอบ----ล้างจาน
     
     
     แค้น!!!!...แม่งเอ๊ย...
     
     
     
    วันนี้วันสุดท้าย สั่งลาด้วยอาหารสนองตัณหา
     
    แกงส้มปลากระบอกกับต้นอ้อ ปลาทูทอด ปลาช่อนตากแห้งทอด น้ำพริกกุ้งแห้งเปรี้ยวๆ สะตอ
     
     
     
     
    แหม่!!!! เหนือคำบรรยายจริงๆ ครับท่าน
     
     
     
    มาสงขลาเมื่อไหร่ ถ้าไม่ได้กินปลากระบอกก็เหมือนไม่ได้มา
     
    เครื่องแกงและน้ำพริกตำเอง ตำตั้งแต่ห้าโมง สองทุ่มเพิ่งได้กิน เหนื่อย!!!
     
     
     
    นี่แหละน้า ที่ว่ามันอร่อย ก็ตำเอง แกงเอง กินเอง
     
    นานก็นาน เหนื่อยก็เหนื่อย อร่อยว่ะ แม่งเอ๊ย
     
     
    ไม่อยากกลับกรุงเทพแล้ว
     
     
     
    ฮ์อๆ น้ำพริกกะปิ และสะตอของหนู ฮือๆ
     
     
     
    June 06

    จะขำอะไรกันนักกันหนาชีวิตกู

     
     
    โรงพยาบาลจุฬา
     
     
     
    ประสบการณ์การไปโรงพยาบาลจุฬา แม้จะเป็นเรื่องที่นานมาสักหน่อย
    แต่ก็เป็นสิ่งตราตรึงใจไม่รู้เลือน
     
    เมื่อรัฐบาลรัสเซียได้กำหนดให้
    คนที่ต้องการสมัครคัดเลือกขอทุนไปรัสเซียต้องมีเอกสาร ต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นที่ต้องได้มาคือ
     
    "ใบรับรองสุขภาพ"
     
     
     
     
    ใบรับรองสุขภาพที่ว่า ก็ต้องตรวจกันหลายต่อหลายอย่าง
    ทั้งปอด ม้าม ตับ ไตไส้ พุง และที่สำคัญอันจะขาดเสียมิได้คือ ขรี้ นั่นเอง 
     
     
    สาหัสสากันที่สุดตั้งแต่เคยพบเห็นมา
    การถูกบังคับให้ขรี้เหมือนถูกข่มขืนทางจิตใจ
     
    สำหรับคนที่ถ่ายยากด้วยแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่
     
     
     
     
    การต้องไปนั่งขี้ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยก็ทุกข์ใจพออยู่แล้ว
    ไหนเลยจะต้องมาทุกข์กายกับห้องน้ำแคบๆ เน่าๆ ร้อนๆ อีก
     
    การนั่งเบ่งไปเหงื่อแตกไป ไม่ใช่จุดสูงสุดของภาระกิจ
    แต่เป็นการเข้าไปนั่งบิ้วเท่าไหร่ก็ขี้ไม่ออก แทบเอามือล้วง
     
     
     
     
    แต่ไม่อาจหาญพอ
     
     
    หนแรกที่ไป~~~ก็แล้ว
    คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ ไว้คราวหน้ามาส่งนะคะ ~~~ ก็แล้ว
     
     
     
     
     
    เมื่อมาใหม่อีกครั้งและบิ้วให้ตัวเองไม่ได้ ห้องข้างๆก็ใจดีช่วยบิ้วให้
     
     
    ทั้งเสียง
    ปู๊ดดดด~อา
     
     
    และกลิ่น
     
     
     
     
    สุดสะเทือนใจ
     
     
     
     
    ก็แล้ว
     
     
     
     
     
     
     
    สุดท้ายเลยต้องพกไปจากบ้าน กลัวการไหลย้อนกลับยิ่งนัก
     
     
    ต้องไปตั้งสามครั้งจะไม่ประทับใจได้ไง
     
     
     
    December 09

    การเดินทางอันไร้สาระที่พึ่งจบลง

    เซฟเป็นดราฟไว้ ไม่ได้อัพมาชาติเศษ
    หลังจากอัพรูปให้คนอื่นๆ คิดกันไปเองต่างๆ นานา แล้ว ดิฉันก็จะมาแก้ข้อข้อใจ
    ว่า เพื่อนดิฉันเป็นเกย์จริงหรือไม่ อย่างไร มันกวนตีนแค่ไหน

    แต่ขอเตื่อนไว้ก่อนเผื่อรับไม่ได้ บล๊อคนี้หยาบคายและควรใช้วิจารณญาณในการรับชม



    การเดินทาง ไปเที่ยวครั้งนี้เริ่มต้นด้วยความต้องการทะยานอยากของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
    ไม่ได้เกี่ยวกับความต้องการของคนอื่นเลย (ไม่ได้สนใจคนอื่นเลย ว่างั้นเหอะ)
    สรุปคือ......คนอื่นที่ไป เป็นเพียงตัวแถมของการเดิน เท่านั้น อย่าได้สำคัญตนผิดไป 555


    การไปเที่ยวครั้งแรกกับเพื่อนกลุ่มเดิมที่คุ้นเคยมันช่างงง....สุดตีนจริงๆ
    ด่ากันทั้งวันไม่เลิก---หรือว่าเพื่อนชั้นมันจะถูกสาป

    ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่มหาลัย
    มันต้องเป็นกลุ่มที่เสียงดังที่สุด ด่าเจ็บที่สุด และอำกันแสบตีนที่สุดในโลกเสมอ
    (คิดดูละกันว่าตีนหนาๆ ยังแสบค่าคุณขา)

    11.00
    เริ่มต้นขึ้นรถเมล์
    มันก็ไปขึ้นกันมาก่อนที่ต้นทาง 4 คน
    ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบกเป้โคตรใหญ่ ขึ้นรถเมล์คนเดียว
    บ้านกูไกลนะมึง...ให้กูรออยู่ได้

    กูก็อายคนนะมึง แต่กูก็อยากไปเที่ยวมากกว่า ถือว่าตากหน้า ได้กินหวานทีหลัง

    "มึงจะย้ายไปอยู่บ้านกูเลยไหม กระเป๋าใบใหญ่ขนาดนั้น"
    คนก็เต็มรถเมล์ กูขึ้นมาก็ด่ากันเลยทีเดียว --__--" (คนหันมามองด้วยนะ)
    ทำไมล่ะ ก็กูมีกระเป๋าของกูใบเดียวนี่ (กูเถียงในใจนะ แค่นี้กูก็อายเขาแย่แล้ว)


    แล้วก็ด่ากันไปตลอดทาง ไปจนถึงหาดใหญ่....(เมื่อไหร่พวกมึงจะเหนื่อยกันซะที กูเหนื่อยก่อนแล้วนะ)

    ไปถึงก็ต้องไปรอตูมมาสมทบที่หาดใหญ่
    เนื่องจากเมื่อคืนมันมานอนแรดอยู่ที่หาดใหญ่ บ้านเหน่งแฟนมัน

    กูล่ะหน่าย โทไปปลุกแต่เช้า เพราะกูอยากเที่ยวมาก
    นัดกัน 10 โมง กูไม่นอนทั้งคืน ออกไปเดินเล่น ไปบ้านยายกับแม่
    กลับมาก็โทปลุกพวกมัน ---- น่าจะนัดกันแต่เช้าน้อออ

    flash back
    08.00
    โทรไปปลุกทัชกับเอสก็ตื่นกันแล้ว ติ๋มก็ตื่นแล้ว ก้องก็ตื่นแล้ว
    โทรกวนทุกคนแล้ว
    แต่
    พอถึงคิวอีตูม

    "มึง ตื่นนนยังงงง แต่งตัวเร็ว ไปเที่ยวกัน"
    อีตูม .... มึงจะรีบไปไหน นัดกันตอน 11 โมง นี่มันเพิ่ง 8 โมงเช้านะ (คงคิดในใจ อีห่านี่)

    "ตื่นได้แล้วมึงทำอะไรอยู่"

    (กูรำคาญอีห่านี่จังว่ะ) กูตื่นแล้ว
    "แล้วมึงทำอะไรอยู่ล่ะ อาบน้ำแต่งตัวเร็ว"


    (อีนี่...) กูเอากับเหน่งอยู่ พอใจยัง แค่นี้นะ

    "มึง จะเสร็จยัง ไปกันเหอะไปได้แล้วกูอยากเที่ยว"
    (......) ยัง (กูจะไปต่อ....ได้ยัง)

    "ให้กูไปช่วยไหมจะได้เร็วๆ =p -----เร็วๆ "
    (อี....) เออ
    แกร๊ก
    ......................................................สุดท้ายแม่งกว่าพี่แกจะมา เพื่อนรอกันปาไป 2 ชม.กว่า
    เพื่อนแม่งรอกันหน้าแหก


    สุดท้ายกว่าจะไปถึงบ้านเอสก็เย็นแล้ว
    ที่สำคัญกูอยากเที่ยววววว...แต่ก็ไม่ได้เที่ยว
    ได้ไปขับรถเล่น ขำๆ ก็สนุกแล้ว

    เอาแต่ด่ากันก็มันส์แล้ว

    สุดท้ายก็ล้อมวง กินเหล้า เล่นไพ่---หนุกป่ะล่ะ
    สุดท้ายกูก็เมาหลับไปก่อนเพื่อนทุกคน เอี้ยจริง

    ...............................................................
    วันที่สอง
    พวกเราออกเที่ยวกันแต่เช้า
    ไปกระชังปลา น้ำตก งานแต่ง ทะเล
    เที่ยวกันจนถึงเกือบๆ บ่าย ก็กลับมาช่วยงานที่บ้านเอสกัน

    เรื่องที่เราได้หาเรื่องไปเที่ยวเพราะบ้านเอส จัดงาน ล้มแพะ แก้บนตามแบบอิสลาม

    ขอโทษนะฮะหากคิดว่าพวกเราไปดูการล้มแพะและทำพิธีต่างๆ จริงๆ แล้วหารู้ไม่
    พวกเราไปกินแพะฮ่ะ----กินอย่างเดียวเท่านั้น

    สิ่งเดียวที่พวกเราจะชดเชยได้คือการล้างมหม้อใบใหญ่ และจานชามกองมโหราฬ
    ที่บรรดาแขกเหรื่อทั้งหลายมาทานแล้วจากไป

    แล้วก็กินเหล้ากันต่อ----แต่วันนี้หนูไม่กินนะฮ้า

    เด็กดี เหล้าไม่อร่อย

    อิอิ


    September 26

    บัลเล่ต์ มอสโคว สตานินสลาฟสกี เธียร์เตอร์

     
    20 กันยายน 2548
    ....เมื่อวานเป็นงานรื่นเริง....
     
    เมื่อวานเป็นงานรื่นเริง...ณสถานที่อันหรูหรา ความศิวิไลซ์แห่งเมืองกรุงที่ไม่ได้สัมผัสมายาวนาน
     
    จริงแล้วเรียกได้ว่า ไม่เคยสัมผัสเลยก็ว่าได้
     
     
     
    อื้ม!!!เรื่องจริงว่ะ จะหาว่ากูบ้านนอกก็ไม่ถือ เพราะกูบ้านนอกจริงแต่กำเนิด
     
     
     
     
    ตั้งแต่เกิดมาก็เป็นครั้งแรกที่ได้ไปดูบัลเล่ต์...งานไฮโซไม่เคยสัมผัส
                                   
     
     
    ต่อจากวันที่ 20
      .................................................................................
     
     
    วันนี้มาพิมพ์ต่อเมื่อหายจากความขี้เกียจเมื่อวันก่อน
    สงสัยเป็นเพราะขี้เกียจอ่านหนังสือมากกว่า ขี้เกียจพิมเลยยอมเข้ามาพิมพ์
     
     
    พอเข้าถึงฤดู วิกฤติการณ์เขียงหมู (ตามที่เปิ้ลได้ว่าไว้)
    หมูทุกตัวก็จะมาเรียงรายปาร์ตี้กันซะงั้นไม่ได้อ่านหนังสือเลย
    เข้ามาเล่นเน็ตดีกว่า อ่ะต่อๆ บัลเล่ต์ต่อ...
     
     
    .................................................................................
     
     
    ก็คือว่า
    ไปดูบัลเลต์มา
    บัลเล่ต์ 4 องก์ เรื่องดังขึ้นชื่อ Swan Lake
     
    สนุกมากรู้สึกดีคุ้มค่าที่ได้ไปดู ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะดี ความจริงที่จะไปดู
    คือแค่อยากรู้อยากเห็น เรียนรัสเซียแต่ไม่เคยสัมผัสวัฒนธรรมรัสเซียก็จะยังไงๆอยู่
     
    ..เพราะงั้นก็เลย ไปดูซะเลย..
     
    ...
    รู้สึกคุ้มเกินคาด
     
     
     
    สืบเนื่องมาจากวันอังคารที่19 กันยา...
     
    เนื่องจากไม่มีเรียนเลยนอนอืดตืดไปเรื่อยๆ
    พอสักเที่ยงก็ออกไปหาหมอฟันกะเฟิน..
     
     
    ...กลับมานอนได้อีกสักชม.ก็ออกไปซะแร้น...
     
    เริ่มการเดินทางโดยการนั่งรถตู้ไปฟิวส์ มหาลัยบ้านนอก
    อื้มเริ่มมีการพัฒนาการคมนาคมๆดีขึ้นเรื่อยๆแฮ๊ะ
     
    ไปต่อแท๊กซี่ และก็รถไฟใต้ดิน...ค่าเดินทางทั้งหมด 59 บาท
    เหอะ....ไปก็แพงแล้ว
     
    เรื่องปากท้องนี่ไม่ต้องห่วง ไปถึงก็หาของกินก่อนเลย
    ศูนย์วัฒนธรรมไม่เคยมา ยังไม่สามารถนึกออกได้ว่า แถวนี่มันคือส่วนไหนของกรุงเทพ
    ไม่เคยมามาก่อน แต่ก่อนอื่นต้องหาของกินให้ได้ก่อน
     
     
    กำลังกินข้าวอยู่ก็มีฝรั่งกรูกันออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน สงสัยว่าจะไปดูเหมือนกัน
    มากันเป็นกองทัพฝรั่ง วันรวมคนรัสเซียในประเทศไทยมั้งนี่
    กินของข้างถนนเสร็จก็เดินหาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
     
    เดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ต๊อกแต๊กต๊อกต๋อย...หาไม่เจอ
    ก็ว่ามันไม่น่าจะไกลจากสถานีรถไฟใต้ดินนะ
     
    อยู่ไหนวะ
    ....
    ...
    ..
    .
    อยู่
    ...
    ..
    .
    ไหน
    ..
    .
    วะ
     
    หาไม่เจอ หลงไฟพร้อมกะไอ้ฝรั่งที่เดินตามา หลงด้วยกันหมด
     
     
     
     
    อื้ม ในที่สุดก็เจอ
    ทำไมมันซับซ้อนอย่างนี้...ฆ่ากูหมกแถวนี้หาศพไม่เจอแน่
     
     
     
    เข้าไปถึงงาน
     
    ไฮโซมาก นึกว่ามาผิดงาน ดีนะไม่ใส่ยีนส์เน่ามา ไม่งั้นทุเรศตาย
    ยังดีที่ใส่ชุดนักศึกษาทรงแหนมมา
     
    ก็อายเค้าเหมือนกันแต่ก็คงดีกว่ายีนส์
     
     
     
    ไปถึงก็ถึงเวลาแสดงอยู่รอมร่อ เลยต้องรีบวิ่งขึ้นไป
    เพราะ ชั้นยาจกนั้นอยุ่ชั้นบนสุด หอบแล้วหอบอีกกว่าจะถึง
     
    อยุ่ปี 3 นี่ถือว่าแก่มากแล้วใช่ไม๊ขึ้นบันไดแทบไม่ไหว ดีนะอยู่หอชั้นหนึ่ง
     
     
    บัตร600ที่ได้ส่วนลดจากการเป็นนักศึกษาโครงการรัสเซียฯ เหลือ 300นี่
    เล่นเอาคนสายตาดีเอียงไปเลย
    อยู่ซะหลืบมุมในสุดขอโรงละครเลย
     
    อื้มเอาวะก็ยังดี
     
     
     
    ฉากเด็ดของการดูละครเวทึ บัลเล่ต์ หรือโอเปร่า
     
    คือ
    การแอบคุยระหว่างการแสดงโดยมีฝรั่งนั่งอยุ่ซ้ายขวาหน้าหลัง
    โดยไม่ให้มันรู้และต้องแอบขำเบาๆด้วย
     
    แต่ที่เด็ดกว่าคือ ชุดบัลเล่ต์ที่รัดติ้วของนักแสดงชายนั้นชวนฉงนยิ่งนัก
    กล้ามเนื้อขานี่เด้งออกมา
     
    ตูดนี่เด้งออกมา
    ...นี่เด้งออกมา
     
    กูก็รู้หรอกน่าว่ามองเป็นตาเดียวกันแต่ไม่มีใครพูดอะไร
    ยกเว้นคนนึง...555
     
    ......
    ขอวางพื้นฐานสำหรับคนไม่มีความรู้เรื่องเพื่อนของข้าพเจ้า
    ยุ้ยป้าเป็นคนหื่นกับผู้หญิงเป็นพิเศษ ชอบมาขอซบกับนมน้อยใหญ่ทั่วราชอาจักร
    ผู้เขียนขอการันตีถึงความหื่น
     
    แต่จากหน้าตาภายนอกนั้นไม่แสดงออก ดูแล้วเป็นคนเรียบร้อย
    (นี่แหละน้าวัดคนจากหน้าตาไม่ได้)
     
    .......
     
    การแสดงบัลเล่ต์ เนี้ยนะ เต้นทั้งเรื่อง ผู้แสดงต้องแข็งแรงมากเป็นพิเศษ
    เพราะฉะนั้นองก์นึงๆ เจ้าชาย และเจ้าหญิงนั้นก็จะเป็นคนละคนกัน
     
    และจากที่นั่งที่ทำมาเพื่อคนสายตาเอียงและไกลโดยเฉพาะที่นั่งอยู่นี้
    ก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคนละคนกัน
    มารู้ภายหลังได้เพราะ หนังสือโปรแกรมได้บอกเอาไว้
     
    เจ๊ยุ้ยเปรี้ยวมาก
    เอ่ยปากพูดออกมา
     
    เค้าไม่รู้นะนี่ว่าเจ้าชายเป็นคนละคนกัน เค้านึกว่าแต่ละองก์คนเดียวกันตลอด
    เค้าเห็นว่า...(ข้างหน้าของเจ้าชาย ที่เด้งออกมา)
    มันก็ใหญ่เท่าๆกันหมด
    เค้าเลยนึกว่าคนเดียวกัน
     
     
     
     
    น่ะ
    .
    .
    .
    .
    ค่ะ
     
     
    ดู
    .
    .
    .
    เจ๊
    .
    .
    .
    .
    แก
    .
    .
    .
    คิด
    .
    .
    .
    .
    .
    ..
    สิ
     
     
    คนอื่นก็รู้ ช้านก็สังเกตุ แต่ไม่พูดออกมา ไม่กล้าหื่นออกนอกหน้า
    ทุกคนที่ไปด้วยกันก็ออกมายอมรับว่าจ้า รู้ว่า
    แต่มียุ้ยคนเดียวที่กล้าพูดเช่นนั้น
     
    ถือว่าใจเด็ด
     
     
    และเป็นที่กล่าวขานเป็นตำนานมาจนถึงบัตินี้
     
     
     
    September 25

    เออ วันนี้จะสอบ...แล้วไง!!

     
    วันนี้เป็นเช้าวันจันทร์เวลาตามที่ปรากฏก็ปาจะข้าไปจะตี 3 แร้นน
     
    บ่ายวันนี้แหละจะสอบวิชาการดำเนินเศรษฐกิจรัสเซีย..555
    เฝ้าซุ้มซ้อมอ่าหนังสือไปหลับไป2วันผ่านไป  กรี๊ดจะสอบแล้ว !! อ่านไม่ทันหางจุกตูด
     
    จำอะไรไปสอบได้ไม๊นี่ ป่านี้ยังมาแรดอยู่แถวนี้
     
     
     
    อื้ม....สู้ทนกันต่อไปไม่ไหว มาเล่นเน็ตซะงั้น
     
    วันนี้แค่จะเข้ามาโพสรูปที่เมื่อเช้าวันอาทิตย์ไปถ่ายเล่นมา
    ก็คิดดูละกันเช้าวันก่อนสอบยังมีหน้าไปแรดข้างนอก
     
     
    แต่มาคิดดูอีกทีก็น่าเห็นใจ(ตัวเอง) ใครจะไปทนอยู่ในรูในห้องได้ไม่ไหวแล้วต้องออกไปวิ่งเล่นซะบ้าง
     
    ก็เลยออกไป7กันเพราะยังไม่ได้นอน อ่านจนเช้าอ่านไปดุทีวีไป เจริญป่านี้เลยจบแค่รอบเดียว
     
     
     
    แฮ่!!! นานๆได้ออกจากแต่เช้าทีก็เลยไปถ่ายรูปเล่นแถวหอ ระหว่างทางการเดินเล่นตอนเช้า
     
    แล้วก็กลับมาดู..ดราก้อนบอลต่อจนผล่อยหลับไปราว 10 โมง
     
     
     
     
    ปล.1 Ya tebe lublu...Luv ya
    ปล.2 วันก่อนไปดูบัลเล่มาแต่ยังไม่มีอารมณ์มาเล่าให้ฟัง
    เพราะใกล้สอบเข้าไปทุกหนึ่งวินาทีที่เข็มกระดิก
    เพราะงั้น ไปก่อนนะ
     
     
     
    ไปละ
     
     
     
    อ้อ ปล.3 รูปที่โพสน่ะเขียวเพราะความต้องการสีเขียวเป็นพิเศษส่วนตัว
    ปรับเอาน่ะ!!! จริงๆไม่ได้เขียวขนาดนั้น
     
     
     
     
     
    September 06

    เอ่อ!!ไปเที่ยวมาแล้ว

    ไปเที่ยวมาแล้วล่ะ...พระราชวังบางปะอินน่ะ
    แม่เจ้า !! นัดกันตั้งแต่6.45 ตอนเช้าน่ะค่ะ
     
     
    มนุษย์แถวนี้ใครเค้าเคยตื่นกัน
    ตั้งแต่มาอยู่หอที่รังสิตนี่แทบไม่เคยตื่นก่อน7.30เลยด้วยซ้ำ
     
    ถ้าไม่นับว่าตกใจตื่น ปวดฉี่ สัญญาณไฟไหม้ดัง ก็จะบอกว่าไม่เคยตื่นเลยดีกว่าก่อน7.30น่ะ
    บางทีมาตัดหญ้าอยู่หน้าห้องยังหลับไปทั้งอย่างงั้นได้เลยนะ
     
     
    นี่6.45 ต้องตื่นแต่โมง ฝันไปเหอะ....เลือกง่ายๆ ให้นอนแล้วไม่ตื่นไปเที่ยว
    กะได้ไปเที่ยวแต่ไปแบบเหี่ยวๆ ไม่ได้นอน ง่ายกว่ากันแยะ
     
    แม่ง ก่อนไปก็ฝนตกอยู่ได้กางเกงก็เลอะอ่ะดิ หนาวก็หนาว กันแดดก็ไม่ทา
    ใครจะนึกว่ารังสิต บางปะอินห่างกันแค่ชม.ครึ่งอากาศจะแตกต่างกันชิบหาย
    ละอองน้ำไม่มีสักหยด...บ้าแล้ว ร้อนชิบหาย จะตายห่าเอานอนก็ไม่พออีก
     
     
    พระราชวังบางปะอินมีเนื้อทีเป็นร้อยไร่ เดินจ้าแดดร้อนๆ วันเสาคนก็เยอะอีก
    เยอะไม่พอ มีแต่เด็กนักเรียนวิ่งกันอยู่ทั่วไป ทั้งนักเรียนนักศึกษาครูอาจารย์ นักท่องเที่ยวอีก
    วันอื่นก็มีไม่มากัน นัดกันหรืออย่างไรมิทราบได้
    ขนาดมีเนื้อที่เป็นร้อยไร่ ยังนึกว่าเดินเทศกาลงานแหลมปิดถนนริมทะเลแถวบ้าน อึดอัดชิบเป๋ง
     
     
     
     
     
    อื้มนอกจากร้อนไม่พอ เนื่องจากออกมาจากหอแล้ว งานแปลยังไม่เสร็จ
    จึงต้องเอามาแปลต่อบนรถ
     
     
    จะอ้วก เมารถ....
     
     
    ...................................
    แถมวันจันทร์ต้องหามรุ่งหามค่ำทำงานส่งอีกต่างหาก
    จันทร์ที่ผ่านมาก็เหมือนกับจันทีแล้วเลย แม่งทำงานโต้รุ่ง
    งานเสือกยังไม่ต้องส่ง รออาทิตย์หน้าได้
    พอถึงอาทิตย์นี้ส่งแต่รายงานยังไม่ต้องพรีเซ้น โคดโชคดีอ่ะ....ยังไม่ทำพาวเวอพ้อยเลย
    .......................................
     
     
    แถมวันๆนึงนี่จะเที่ยวกันหลายที่ขนาดไหนเชียว
    จะตายอยู่แล้วคนอื่นเอาแรงมาจากไหนไม่ทราบ
    ร้อนก็ร้อนโคตรขนาดนี้ยังจะไปวิ่งเล่นตากแดดอยู่ได้ทุกที่
     
    โอ้ โน่นทีนี่ที....ยังดีที่ไปเที่ยวกันทั้งกลุ่มไม่งั้นก็หงอยตาอยู่คนเดียว
     
     
     
    ได้เข้าไปเที่ยวในโบราณสถานต่างๆของอยุธยา จ่ายเงินคนละสิบบาท
    ทุกคนรวมกันก็ประมาณ 70-80 บาท
    เข้าไป 2คนนั้งใต้ร่มพุทรา ดูอีพวกที่เหลือมันวิ่งไปโน่นมานี่กลางแดดร้อนๆ ถ่ายรูปกันไปมา
    อีกสัก10นาทีต่อมา มีคนโทมาบอกว่ารถจะออกแล้วว วิ่งมาด่วน
    เค้าให้พักแดดหนมเฉยๆ ไม่ใช่ให้แรดเดินไปที่อื่น
     
    สรุป คนอื่นรอพวกเราอยู่กลุ่มเดียว เพราะเสือกไม่รู้เรื่องอะไรเลย อยู่ปี 3 แท้ๆ โง่จริง
     
     
     
     
    อีก 2 ที่ก่อนสุดท้ายหมดแรงไม่ไหวแล้วใครชวนลงที่ไหนก็ไปเหอะ ไม่ไหวแล้ว
    ตายดีกว่า นอน นอนอนอนอนอนอนอนอนอนอนอนอนอนอน แล้วก็นอนอีกเนื่องจากขาด
    การพักผ่อนที่เพียงพอก่อนการเที่ยว...ตายๆๆ
     
    ไม่ได้ลงเพนียดช้างบ้านเกิดกวาง และไหว้พ่อแม่มันอย่างที่หวังเอาไว้
     
    แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะ อีกกวางก็หลับอยู่ปลายตีนใกล้ๆกัน
     
    คาดว่าคงมีคนได้รูปถ่ายตอนทุเรศๆ ไปเยอะ แต่ก็ไม่ไหว ไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อกรกับใครได้อีก
     
     
     
     
    จนถึงวัดสุดท้าย วัดใหญ่ไชยมงคล มีคนเค้าบอกให้ลง วัดสุดท้ายต้องลงนะ
     
     
     
    โกหกน่ะ เค้าบอกว่าลงเถอะวันสุดท้ายและ เลยลง
    ทั้งๆที่ใจจริงไม่อยากจะจากเบาะนั่งไปเลย อยากจมอยู่แบบนั้นแบบ ตายเป็นฟอสซิลไปเลย
     
     
    ก็เลยลงไปวิ่งถ่ายรูปเล่น เข้าห้องน้ำ พร้อมซื้อเฉาก๋วยเพราะร่างกายต้องการของหวานอย่างหนัก
     
    ได้เดินๆถ่ายรูปตอนเย็นรู้สึกเป็นสุขใจที่ได้เดินไม่ร้อนไม่หนาว แถมจะได้กลับหอซะที
     
     
     
     
    สรุป ได้ไปเที่ยวก็สุขสนุกสนานอยู่หรอกที่ได้ด่าอีกวางบ้างอีวุดบ้าง
    อำกันไปมา แต่ก็เหนื่อย เหนื่อยมาก แถมต้องกลับมาทำงานต่อ งานหนัก
    เลยไม่ประทับใจ แม้ว่าไปเที่ยวกี่ครั้งๆ อยุธยาก็ยังสวยเหมือนเดิมเหอะ
    แต่ก็ร้อนเหมือนเดิม ร้อนมากเหมือนเดิม
     
    แต่ก็ยังรู้สึกคุ้มค่าที่ได้ไปเพราะคงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวแบบหลายคนขนาดนี้ง่ายๆ
    เสน่ห์ของงานนี้คือเที่ยวฟรีกินฟรีตลอดงาน
    แถมนั่งอยู่ใต้ท้องรถ แหล่งเสบียงอีกต่างหากคนอื่นกินไปเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าของที่เหลือน่ะ
    ก็เอากลับมากินที่ห้องอีกต่างหาก
     
     
    เอาวะ อย่างน้อยก็มีความสุขถึงจะกลับมาทุกข์ต่อที่ห้องก็เหอะ
    แต่ตอนนี้งานนั้นก็ผ่านไปแล้วเหลืองานอีก 2 ที่จะทุกข์ทนทรมานกันต่อไป
    พรีเซ้นอิงหน้าห้อง กะรายงานเสดกิจ
     
    ต่อจากนั้นก็คงเป็นอ่านหนังสือแหละเพราะเทอมนี้เรียนไม่รู้เรื่องเลยแฮะ
    (ส)ตีฟแมร่งเสือปันยาอ่อนขี้โมโหอีกต่างหาก อย่างกะเด็ก ไอ้บ้า
     
     
     
     
    September 01

    เสาร์นี้จะไปเที่ยว

     
    เสาร์นี้จะไปเที่ยวพระราชวังบางปะอิน
     
    ทัศนศึกษาตามโปรแกรมเด็กปี2 ซึ่งมีปี3อยากเที่ยวแต่ขาดงบติดรถไปด้วย
     
     
     
     
    ตอนปี2เรียนความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียซึ่งจริงๆแล้วควรจะได้ไปทัศนศึกษา
    แต่กลับไม่ได้ไป
     
     
    มาได้ไปตอนปี3ซึ่งได้บีมาแล้วในตัวนั้น
     
     
     
    เออเอาเหอะถือไปเที่ยว ถ่ายรูปเล่นกันขำๆ....เพราะไปกันหลายคนsetเดิม
     
     
    คิดว่าคงมีเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากพวกเราเหมือนเดิมแฮ๊ะ....สงสัยจะได้นินทาคนโน้นคนนี้อีก
     
    ชอบเป็นเด็กนิสัยไม่ดี.........
     
     
     
     
     
    แต่ว่า...งานยังอีกบานเลย เรียนอีกแค่ 3 อาทิตย์
    เหลือรายงานอีก 2 ชิ้น อีชิ้นนึงก็จันทร์นี้แล้ว....
     
     
     
    ทรมาน แถมต้องไปยืนพรีเซ้นอะไรไม่รู้หน้าห้องอีกต่างหาก เยี่ยมมาก
    ธรรมดาก็พูดไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว คราวนี้แหละเมิงเอ๊ย ตื่นเต้นตายห่าอยู่หน้าห้องแน่  อายเค้า
     
     
     
     
    มาบ่นขำๆอยู่คนเดียวไปทำงานต่อดีกว่า
     
     
    August 28

    เช้าแล้วจ้า!!!! เช้าทุกวันเลย

     
     
    คนรุ่นใหม่ ต้องตื่นเช้า...นกตื่นเช้าย่อมได้เปรียบ
     
     
    ค่ะ
     
    แต่กรูน่ะ  นกอดนอนค่ะ....ไตทำงานหนักแย่แร้วป่านี้
     
     
     
     
     
     
    แฮ่ !!! ลำพังแปลงานอังกฤษไทย ก็แทบเอาชีวิตกันไม่รอด
    นี่3ต่อ รัสเซีย อังกิด ไทย.....บ้าแร้วกู
     
     
    ทำงานกันถึงเช้าทั้งพิมทั้งแปล เบรนสรอมกันสุดริด ยังแทบเอาชีวิตไม่รอด
     
     
     
    นี่เป็นความผิดของกูรึปล่าวที่พึ่งมาทำงานเอาทีหลัง
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    ใช่...
     
     
     
    นี่เป็นความผิดกูรึปล่าวที่ต้องส่งพรุ่งนี้
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    ก็ใช่อีก...
     
     
     
     
    แง้!! ส่งช้าถูกหักคะแนนด้วยนา  ดีนะที่เป็นงานกลุ่มไม่งั้นกูไม่ทำแมร่งแร้ว
     
     
     
     
    ตอนนี้เพื่อนๆมานอนตายซาก ขดๆเป็นหนอนชาเขียวกันอยู่3 -4 คน โต้กันจนเช้า
    เรียนเก้าครึ่งแต่จะเข้าสัก11โมงไปส่งงาน
     
     
     
     
     
    ห้องจากเดิมที่เคยสะอาดกว้างโล่ง
    กลายเป็นกองขยะ ที่โยนๆกองๆไว้ ----แล้วมาเก็บไปด้วยนะ
    ร้านอาหาร มาม่ากันเถอะ เครียดว่ะ โคดหิวเลย เครียดเป็นบ่อเกิดแห่งความหิว
    โรงแรมให้เพื่อนมานอนค้าง
     
     
    ห้องคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค 2 pc 1 ตั้งเรียงราย มีการขนย้ายข้อมูล ผ่านต่อกันไป
     
     
     
     
     
     
    ตั้งแต่เที่ยงเมื่อวานจนถึงเมื่อกี้นี้จะเก้าโมงแล้ว พึ่งได้ปิดไฟ
    โน๊ตบุ๊ค 2 แล้วก็ทีวีเอง
     
     
    ------------------------------------------------
     
    ค่าไฟเดือนที่แร้วประมาณ 600 (ต่อคน ต่อหัว)ค่าโทสับประมาณ 120
    รวมอยู่ในค่าไฟ...
     
    ----------------------
     
     
     
     
     
    เออ!!! เฮ้อ นอนไม่หลับเพราะงานไม่เสร็จไม่อยากทำแร้ว
     
    ทำไมต้องแปลไปให้จารย์อ่านด้วยอ่ะ อ่านเอาเองดิ ในเว็บมีเยอะแยะ รัสเซียก็อ่านออกนี่นา  แง้ แกล้งกันนี่หว่า
     
     
     
     
     
    อีกอย่างหลับไม่ได้เพราะไม่มีที่นอน มีเตียงสองแต่เพื่อนนอนไป4คนแร้วง่า
     
     
     
     
    เสือกแดกกาแฟเข้าไปอีก ตีห้า พอหอเปิดก็ออกไปยืดเส้นยืดสาย ไป7-11
     
     
     
     
     
     
     
    คนอื่นก็นอนขดเป็นวงๆ แต่เรานั่งป๊อกแป๊กอยู่คนเดียว
     
     
     
     
     
     
     
     
    ห้องรกเป็นอะไรที่แปลกตาดีอยู่ สนุกดี
     
     
     
    อิ๊ อิ๊.........เพราะว่าที่นั่งอยู่ทั้งเกือบวันนึงก็ เจาะแจ๊ะกันไป
     
    ดูหนังubc บ้าง นินทาคนบ้าง อำกันบ้าง ด่ากันไปมา แอบงีบ หลับใน
    นอนแบบเอาจริง พิมงาน แปลงาน จัดหน้า ทำงานน่าเบื่อ แอบโหลดเพลง
    พร้อมๆกับหางานไปด้วย ดูข่าวแว๊บๆ
     
     
    ที่สนุกสุดก็เห็นจะเป็นพูดถึงคนโน้นคนนี้
    ขี้เสือกไปเรื่อยเปื่อย.........นี่แหละ
     
     
     
     
     
     
     
    งานวันนี้ก็ใช่ว่ากูจะเครียดหรอกนะ....ก็แค่อยากทำให้สร็จทันส่ง
    พร้อมกับ party ไปกับเพื่อนๆไปด้วยก็สนุกดีอยู่หรอก
     
     
     
     
     
    วันหลังเอาอีกก็ดีนะ..........คงได้เป็นไตวายกันบ้าง