Mайкхини's profileМайя : My every Ordinary...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 06

    จะขำอะไรกันนักกันหนาชีวิตกู

     
     
    โรงพยาบาลจุฬา
     
     
     
    ประสบการณ์การไปโรงพยาบาลจุฬา แม้จะเป็นเรื่องที่นานมาสักหน่อย
    แต่ก็เป็นสิ่งตราตรึงใจไม่รู้เลือน
     
    เมื่อรัฐบาลรัสเซียได้กำหนดให้
    คนที่ต้องการสมัครคัดเลือกขอทุนไปรัสเซียต้องมีเอกสาร ต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นที่ต้องได้มาคือ
     
    "ใบรับรองสุขภาพ"
     
     
     
     
    ใบรับรองสุขภาพที่ว่า ก็ต้องตรวจกันหลายต่อหลายอย่าง
    ทั้งปอด ม้าม ตับ ไตไส้ พุง และที่สำคัญอันจะขาดเสียมิได้คือ ขรี้ นั่นเอง 
     
     
    สาหัสสากันที่สุดตั้งแต่เคยพบเห็นมา
    การถูกบังคับให้ขรี้เหมือนถูกข่มขืนทางจิตใจ
     
    สำหรับคนที่ถ่ายยากด้วยแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่
     
     
     
     
    การต้องไปนั่งขี้ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยก็ทุกข์ใจพออยู่แล้ว
    ไหนเลยจะต้องมาทุกข์กายกับห้องน้ำแคบๆ เน่าๆ ร้อนๆ อีก
     
    การนั่งเบ่งไปเหงื่อแตกไป ไม่ใช่จุดสูงสุดของภาระกิจ
    แต่เป็นการเข้าไปนั่งบิ้วเท่าไหร่ก็ขี้ไม่ออก แทบเอามือล้วง
     
     
     
     
    แต่ไม่อาจหาญพอ
     
     
    หนแรกที่ไป~~~ก็แล้ว
    คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ ไว้คราวหน้ามาส่งนะคะ ~~~ ก็แล้ว
     
     
     
     
     
    เมื่อมาใหม่อีกครั้งและบิ้วให้ตัวเองไม่ได้ ห้องข้างๆก็ใจดีช่วยบิ้วให้
     
     
    ทั้งเสียง
    ปู๊ดดดด~อา
     
     
    และกลิ่น
     
     
     
     
    สุดสะเทือนใจ
     
     
     
     
    ก็แล้ว
     
     
     
     
     
     
     
    สุดท้ายเลยต้องพกไปจากบ้าน กลัวการไหลย้อนกลับยิ่งนัก
     
     
    ต้องไปตั้งสามครั้งจะไม่ประทับใจได้ไง
     
     
     
    December 09

    การเดินทางอันไร้สาระที่พึ่งจบลง

    เซฟเป็นดราฟไว้ ไม่ได้อัพมาชาติเศษ
    หลังจากอัพรูปให้คนอื่นๆ คิดกันไปเองต่างๆ นานา แล้ว ดิฉันก็จะมาแก้ข้อข้อใจ
    ว่า เพื่อนดิฉันเป็นเกย์จริงหรือไม่ อย่างไร มันกวนตีนแค่ไหน

    แต่ขอเตื่อนไว้ก่อนเผื่อรับไม่ได้ บล๊อคนี้หยาบคายและควรใช้วิจารณญาณในการรับชม



    การเดินทาง ไปเที่ยวครั้งนี้เริ่มต้นด้วยความต้องการทะยานอยากของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
    ไม่ได้เกี่ยวกับความต้องการของคนอื่นเลย (ไม่ได้สนใจคนอื่นเลย ว่างั้นเหอะ)
    สรุปคือ......คนอื่นที่ไป เป็นเพียงตัวแถมของการเดิน เท่านั้น อย่าได้สำคัญตนผิดไป 555


    การไปเที่ยวครั้งแรกกับเพื่อนกลุ่มเดิมที่คุ้นเคยมันช่างงง....สุดตีนจริงๆ
    ด่ากันทั้งวันไม่เลิก---หรือว่าเพื่อนชั้นมันจะถูกสาป

    ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่มหาลัย
    มันต้องเป็นกลุ่มที่เสียงดังที่สุด ด่าเจ็บที่สุด และอำกันแสบตีนที่สุดในโลกเสมอ
    (คิดดูละกันว่าตีนหนาๆ ยังแสบค่าคุณขา)

    11.00
    เริ่มต้นขึ้นรถเมล์
    มันก็ไปขึ้นกันมาก่อนที่ต้นทาง 4 คน
    ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบกเป้โคตรใหญ่ ขึ้นรถเมล์คนเดียว
    บ้านกูไกลนะมึง...ให้กูรออยู่ได้

    กูก็อายคนนะมึง แต่กูก็อยากไปเที่ยวมากกว่า ถือว่าตากหน้า ได้กินหวานทีหลัง

    "มึงจะย้ายไปอยู่บ้านกูเลยไหม กระเป๋าใบใหญ่ขนาดนั้น"
    คนก็เต็มรถเมล์ กูขึ้นมาก็ด่ากันเลยทีเดียว --__--" (คนหันมามองด้วยนะ)
    ทำไมล่ะ ก็กูมีกระเป๋าของกูใบเดียวนี่ (กูเถียงในใจนะ แค่นี้กูก็อายเขาแย่แล้ว)


    แล้วก็ด่ากันไปตลอดทาง ไปจนถึงหาดใหญ่....(เมื่อไหร่พวกมึงจะเหนื่อยกันซะที กูเหนื่อยก่อนแล้วนะ)

    ไปถึงก็ต้องไปรอตูมมาสมทบที่หาดใหญ่
    เนื่องจากเมื่อคืนมันมานอนแรดอยู่ที่หาดใหญ่ บ้านเหน่งแฟนมัน

    กูล่ะหน่าย โทไปปลุกแต่เช้า เพราะกูอยากเที่ยวมาก
    นัดกัน 10 โมง กูไม่นอนทั้งคืน ออกไปเดินเล่น ไปบ้านยายกับแม่
    กลับมาก็โทปลุกพวกมัน ---- น่าจะนัดกันแต่เช้าน้อออ

    flash back
    08.00
    โทรไปปลุกทัชกับเอสก็ตื่นกันแล้ว ติ๋มก็ตื่นแล้ว ก้องก็ตื่นแล้ว
    โทรกวนทุกคนแล้ว
    แต่
    พอถึงคิวอีตูม

    "มึง ตื่นนนยังงงง แต่งตัวเร็ว ไปเที่ยวกัน"
    อีตูม .... มึงจะรีบไปไหน นัดกันตอน 11 โมง นี่มันเพิ่ง 8 โมงเช้านะ (คงคิดในใจ อีห่านี่)

    "ตื่นได้แล้วมึงทำอะไรอยู่"

    (กูรำคาญอีห่านี่จังว่ะ) กูตื่นแล้ว
    "แล้วมึงทำอะไรอยู่ล่ะ อาบน้ำแต่งตัวเร็ว"


    (อีนี่...) กูเอากับเหน่งอยู่ พอใจยัง แค่นี้นะ

    "มึง จะเสร็จยัง ไปกันเหอะไปได้แล้วกูอยากเที่ยว"
    (......) ยัง (กูจะไปต่อ....ได้ยัง)

    "ให้กูไปช่วยไหมจะได้เร็วๆ =p -----เร็วๆ "
    (อี....) เออ
    แกร๊ก
    ......................................................สุดท้ายแม่งกว่าพี่แกจะมา เพื่อนรอกันปาไป 2 ชม.กว่า
    เพื่อนแม่งรอกันหน้าแหก


    สุดท้ายกว่าจะไปถึงบ้านเอสก็เย็นแล้ว
    ที่สำคัญกูอยากเที่ยววววว...แต่ก็ไม่ได้เที่ยว
    ได้ไปขับรถเล่น ขำๆ ก็สนุกแล้ว

    เอาแต่ด่ากันก็มันส์แล้ว

    สุดท้ายก็ล้อมวง กินเหล้า เล่นไพ่---หนุกป่ะล่ะ
    สุดท้ายกูก็เมาหลับไปก่อนเพื่อนทุกคน เอี้ยจริง

    ...............................................................
    วันที่สอง
    พวกเราออกเที่ยวกันแต่เช้า
    ไปกระชังปลา น้ำตก งานแต่ง ทะเล
    เที่ยวกันจนถึงเกือบๆ บ่าย ก็กลับมาช่วยงานที่บ้านเอสกัน

    เรื่องที่เราได้หาเรื่องไปเที่ยวเพราะบ้านเอส จัดงาน ล้มแพะ แก้บนตามแบบอิสลาม

    ขอโทษนะฮะหากคิดว่าพวกเราไปดูการล้มแพะและทำพิธีต่างๆ จริงๆ แล้วหารู้ไม่
    พวกเราไปกินแพะฮ่ะ----กินอย่างเดียวเท่านั้น

    สิ่งเดียวที่พวกเราจะชดเชยได้คือการล้างมหม้อใบใหญ่ และจานชามกองมโหราฬ
    ที่บรรดาแขกเหรื่อทั้งหลายมาทานแล้วจากไป

    แล้วก็กินเหล้ากันต่อ----แต่วันนี้หนูไม่กินนะฮ้า

    เด็กดี เหล้าไม่อร่อย

    อิอิ


    September 26

    บัลเล่ต์ มอสโคว สตานินสลาฟสกี เธียร์เตอร์

     
    20 กันยายน 2548
    ....เมื่อวานเป็นงานรื่นเริง....
     
    เมื่อวานเป็นงานรื่นเริง...ณสถานที่อันหรูหรา ความศิวิไลซ์แห่งเมืองกรุงที่ไม่ได้สัมผัสมายาวนาน
     
    จริงแล้วเรียกได้ว่า ไม่เคยสัมผัสเลยก็ว่าได้
     
     
     
    อื้ม!!!เรื่องจริงว่ะ จะหาว่ากูบ้านนอกก็ไม่ถือ เพราะกูบ้านนอกจริงแต่กำเนิด
     
     
     
     
    ตั้งแต่เกิดมาก็เป็นครั้งแรกที่ได้ไปดูบัลเล่ต์...งานไฮโซไม่เคยสัมผัส
                                   
     
     
    ต่อจากวันที่ 20
      .................................................................................
     
     
    วันนี้มาพิมพ์ต่อเมื่อหายจากความขี้เกียจเมื่อวันก่อน
    สงสัยเป็นเพราะขี้เกียจอ่านหนังสือมากกว่า ขี้เกียจพิมเลยยอมเข้ามาพิมพ์
     
     
    พอเข้าถึงฤดู วิกฤติการณ์เขียงหมู (ตามที่เปิ้ลได้ว่าไว้)
    หมูทุกตัวก็จะมาเรียงรายปาร์ตี้กันซะงั้นไม่ได้อ่านหนังสือเลย
    เข้ามาเล่นเน็ตดีกว่า อ่ะต่อๆ บัลเล่ต์ต่อ...
     
     
    .................................................................................
     
     
    ก็คือว่า
    ไปดูบัลเลต์มา
    บัลเล่ต์ 4 องก์ เรื่องดังขึ้นชื่อ Swan Lake
     
    สนุกมากรู้สึกดีคุ้มค่าที่ได้ไปดู ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะดี ความจริงที่จะไปดู
    คือแค่อยากรู้อยากเห็น เรียนรัสเซียแต่ไม่เคยสัมผัสวัฒนธรรมรัสเซียก็จะยังไงๆอยู่
     
    ..เพราะงั้นก็เลย ไปดูซะเลย..
     
    ...
    รู้สึกคุ้มเกินคาด
     
     
     
    สืบเนื่องมาจากวันอังคารที่19 กันยา...
     
    เนื่องจากไม่มีเรียนเลยนอนอืดตืดไปเรื่อยๆ
    พอสักเที่ยงก็ออกไปหาหมอฟันกะเฟิน..
     
     
    ...กลับมานอนได้อีกสักชม.ก็ออกไปซะแร้น...
     
    เริ่มการเดินทางโดยการนั่งรถตู้ไปฟิวส์ มหาลัยบ้านนอก
    อื้มเริ่มมีการพัฒนาการคมนาคมๆดีขึ้นเรื่อยๆแฮ๊ะ
     
    ไปต่อแท๊กซี่ และก็รถไฟใต้ดิน...ค่าเดินทางทั้งหมด 59 บาท
    เหอะ....ไปก็แพงแล้ว
     
    เรื่องปากท้องนี่ไม่ต้องห่วง ไปถึงก็หาของกินก่อนเลย
    ศูนย์วัฒนธรรมไม่เคยมา ยังไม่สามารถนึกออกได้ว่า แถวนี่มันคือส่วนไหนของกรุงเทพ
    ไม่เคยมามาก่อน แต่ก่อนอื่นต้องหาของกินให้ได้ก่อน
     
     
    กำลังกินข้าวอยู่ก็มีฝรั่งกรูกันออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน สงสัยว่าจะไปดูเหมือนกัน
    มากันเป็นกองทัพฝรั่ง วันรวมคนรัสเซียในประเทศไทยมั้งนี่
    กินของข้างถนนเสร็จก็เดินหาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
     
    เดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ต๊อกแต๊กต๊อกต๋อย...หาไม่เจอ
    ก็ว่ามันไม่น่าจะไกลจากสถานีรถไฟใต้ดินนะ
     
    อยู่ไหนวะ
    ....
    ...
    ..
    .
    อยู่
    ...
    ..
    .
    ไหน
    ..
    .
    วะ
     
    หาไม่เจอ หลงไฟพร้อมกะไอ้ฝรั่งที่เดินตามา หลงด้วยกันหมด
     
     
     
     
    อื้ม ในที่สุดก็เจอ
    ทำไมมันซับซ้อนอย่างนี้...ฆ่ากูหมกแถวนี้หาศพไม่เจอแน่
     
     
     
    เข้าไปถึงงาน
     
    ไฮโซมาก นึกว่ามาผิดงาน ดีนะไม่ใส่ยีนส์เน่ามา ไม่งั้นทุเรศตาย
    ยังดีที่ใส่ชุดนักศึกษาทรงแหนมมา
     
    ก็อายเค้าเหมือนกันแต่ก็คงดีกว่ายีนส์
     
     
     
    ไปถึงก็ถึงเวลาแสดงอยู่รอมร่อ เลยต้องรีบวิ่งขึ้นไป
    เพราะ ชั้นยาจกนั้นอยุ่ชั้นบนสุด หอบแล้วหอบอีกกว่าจะถึง
     
    อยุ่ปี 3 นี่ถือว่าแก่มากแล้วใช่ไม๊ขึ้นบันไดแทบไม่ไหว ดีนะอยู่หอชั้นหนึ่ง
     
     
    บัตร600ที่ได้ส่วนลดจากการเป็นนักศึกษาโครงการรัสเซียฯ เหลือ 300นี่
    เล่นเอาคนสายตาดีเอียงไปเลย
    อยู่ซะหลืบมุมในสุดขอโรงละครเลย
     
    อื้มเอาวะก็ยังดี
     
     
     
    ฉากเด็ดของการดูละครเวทึ บัลเล่ต์ หรือโอเปร่า
     
    คือ
    การแอบคุยระหว่างการแสดงโดยมีฝรั่งนั่งอยุ่ซ้ายขวาหน้าหลัง
    โดยไม่ให้มันรู้และต้องแอบขำเบาๆด้วย
     
    แต่ที่เด็ดกว่าคือ ชุดบัลเล่ต์ที่รัดติ้วของนักแสดงชายนั้นชวนฉงนยิ่งนัก
    กล้ามเนื้อขานี่เด้งออกมา
     
    ตูดนี่เด้งออกมา
    ...นี่เด้งออกมา
     
    กูก็รู้หรอกน่าว่ามองเป็นตาเดียวกันแต่ไม่มีใครพูดอะไร
    ยกเว้นคนนึง...555
     
    ......
    ขอวางพื้นฐานสำหรับคนไม่มีความรู้เรื่องเพื่อนของข้าพเจ้า
    ยุ้ยป้าเป็นคนหื่นกับผู้หญิงเป็นพิเศษ ชอบมาขอซบกับนมน้อยใหญ่ทั่วราชอาจักร
    ผู้เขียนขอการันตีถึงความหื่น
     
    แต่จากหน้าตาภายนอกนั้นไม่แสดงออก ดูแล้วเป็นคนเรียบร้อย
    (นี่แหละน้าวัดคนจากหน้าตาไม่ได้)
     
    .......
     
    การแสดงบัลเล่ต์ เนี้ยนะ เต้นทั้งเรื่อง ผู้แสดงต้องแข็งแรงมากเป็นพิเศษ
    เพราะฉะนั้นองก์นึงๆ เจ้าชาย และเจ้าหญิงนั้นก็จะเป็นคนละคนกัน
     
    และจากที่นั่งที่ทำมาเพื่อคนสายตาเอียงและไกลโดยเฉพาะที่นั่งอยู่นี้
    ก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคนละคนกัน
    มารู้ภายหลังได้เพราะ หนังสือโปรแกรมได้บอกเอาไว้
     
    เจ๊ยุ้ยเปรี้ยวมาก
    เอ่ยปากพูดออกมา
     
    เค้าไม่รู้นะนี่ว่าเจ้าชายเป็นคนละคนกัน เค้านึกว่าแต่ละองก์คนเดียวกันตลอด
    เค้าเห็นว่า...(ข้างหน้าของเจ้าชาย ที่เด้งออกมา)
    มันก็ใหญ่เท่าๆกันหมด
    เค้าเลยนึกว่าคนเดียวกัน
     
     
     
     
    น่ะ
    .
    .
    .
    .
    ค่ะ
     
     
    ดู
    .
    .
    .
    เจ๊
    .
    .
    .
    .
    แก
    .
    .
    .
    คิด
    .
    .
    .
    .
    .
    ..
    สิ
     
     
    คนอื่นก็รู้ ช้านก็สังเกตุ แต่ไม่พูดออกมา ไม่กล้าหื่นออกนอกหน้า
    ทุกคนที่ไปด้วยกันก็ออกมายอมรับว่าจ้า รู้ว่า
    แต่มียุ้ยคนเดียวที่กล้าพูดเช่นนั้น
     
    ถือว่าใจเด็ด
     
     
    และเป็นที่กล่าวขานเป็นตำนานมาจนถึงบัตินี้
     
     
     
    September 25

    เออ วันนี้จะสอบ...แล้วไง!!

     
    วันนี้เป็นเช้าวันจันทร์เวลาตามที่ปรากฏก็ปาจะข้าไปจะตี 3 แร้นน
     
    บ่ายวันนี้แหละจะสอบวิชาการดำเนินเศรษฐกิจรัสเซีย..555
    เฝ้าซุ้มซ้อมอ่าหนังสือไปหลับไป2วันผ่านไป  กรี๊ดจะสอบแล้ว !! อ่านไม่ทันหางจุกตูด
     
    จำอะไรไปสอบได้ไม๊นี่ ป่านี้ยังมาแรดอยู่แถวนี้
     
     
     
    อื้ม....สู้ทนกันต่อไปไม่ไหว มาเล่นเน็ตซะงั้น
     
    วันนี้แค่จะเข้ามาโพสรูปที่เมื่อเช้าวันอาทิตย์ไปถ่ายเล่นมา
    ก็คิดดูละกันเช้าวันก่อนสอบยังมีหน้าไปแรดข้างนอก
     
     
    แต่มาคิดดูอีกทีก็น่าเห็นใจ(ตัวเอง) ใครจะไปทนอยู่ในรูในห้องได้ไม่ไหวแล้วต้องออกไปวิ่งเล่นซะบ้าง
     
    ก็เลยออกไป7กันเพราะยังไม่ได้นอน อ่านจนเช้าอ่านไปดุทีวีไป เจริญป่านี้เลยจบแค่รอบเดียว
     
     
     
    แฮ่!!! นานๆได้ออกจากแต่เช้าทีก็เลยไปถ่ายรูปเล่นแถวหอ ระหว่างทางการเดินเล่นตอนเช้า
     
    แล้วก็กลับมาดู..ดราก้อนบอลต่อจนผล่อยหลับไปราว 10 โมง
     
     
     
     
    ปล.1 Ya tebe lublu...Luv ya
    ปล.2 วันก่อนไปดูบัลเล่มาแต่ยังไม่มีอารมณ์มาเล่าให้ฟัง
    เพราะใกล้สอบเข้าไปทุกหนึ่งวินาทีที่เข็มกระดิก
    เพราะงั้น ไปก่อนนะ
     
     
     
    ไปละ
     
     
     
    อ้อ ปล.3 รูปที่โพสน่ะเขียวเพราะความต้องการสีเขียวเป็นพิเศษส่วนตัว
    ปรับเอาน่ะ!!! จริงๆไม่ได้เขียวขนาดนั้น
     
     
     
     
     
    September 06

    เอ่อ!!ไปเที่ยวมาแล้ว

    ไปเที่ยวมาแล้วล่ะ...พระราชวังบางปะอินน่ะ
    แม่เจ้า !! นัดกันตั้งแต่6.45 ตอนเช้าน่ะค่ะ
     
     
    มนุษย์แถวนี้ใครเค้าเคยตื่นกัน
    ตั้งแต่มาอยู่หอที่รังสิตนี่แทบไม่เคยตื่นก่อน7.30เลยด้วยซ้ำ
     
    ถ้าไม่นับว่าตกใจตื่น ปวดฉี่ สัญญาณไฟไหม้ดัง ก็จะบอกว่าไม่เคยตื่นเลยดีกว่าก่อน7.30น่ะ
    บางทีมาตัดหญ้าอยู่หน้าห้องยังหลับไปทั้งอย่างงั้นได้เลยนะ
     
     
    นี่6.45 ต้องตื่นแต่โมง ฝันไปเหอะ....เลือกง่ายๆ ให้นอนแล้วไม่ตื่นไปเที่ยว
    กะได้ไปเที่ยวแต่ไปแบบเหี่ยวๆ ไม่ได้นอน ง่ายกว่ากันแยะ
     
    แม่ง ก่อนไปก็ฝนตกอยู่ได้กางเกงก็เลอะอ่ะดิ หนาวก็หนาว กันแดดก็ไม่ทา
    ใครจะนึกว่ารังสิต บางปะอินห่างกันแค่ชม.ครึ่งอากาศจะแตกต่างกันชิบหาย
    ละอองน้ำไม่มีสักหยด...บ้าแล้ว ร้อนชิบหาย จะตายห่าเอานอนก็ไม่พออีก
     
     
    พระราชวังบางปะอินมีเนื้อทีเป็นร้อยไร่ เดินจ้าแดดร้อนๆ วันเสาคนก็เยอะอีก
    เยอะไม่พอ มีแต่เด็กนักเรียนวิ่งกันอยู่ทั่วไป ทั้งนักเรียนนักศึกษาครูอาจารย์ นักท่องเที่ยวอีก
    วันอื่นก็มีไม่มากัน นัดกันหรืออย่างไรมิทราบได้
    ขนาดมีเนื้อที่เป็นร้อยไร่ ยังนึกว่าเดินเทศกาลงานแหลมปิดถนนริมทะเลแถวบ้าน อึดอัดชิบเป๋ง
     
     
     
     
     
    อื้มนอกจากร้อนไม่พอ เนื่องจากออกมาจากหอแล้ว งานแปลยังไม่เสร็จ
    จึงต้องเอามาแปลต่อบนรถ
     
     
    จะอ้วก เมารถ....
     
     
    ...................................
    แถมวันจันทร์ต้องหามรุ่งหามค่ำทำงานส่งอีกต่างหาก
    จันทร์ที่ผ่านมาก็เหมือนกับจันทีแล้วเลย แม่งทำงานโต้รุ่ง
    งานเสือกยังไม่ต้องส่ง รออาทิตย์หน้าได้
    พอถึงอาทิตย์นี้ส่งแต่รายงานยังไม่ต้องพรีเซ้น โคดโชคดีอ่ะ....ยังไม่ทำพาวเวอพ้อยเลย
    .......................................
     
     
    แถมวันๆนึงนี่จะเที่ยวกันหลายที่ขนาดไหนเชียว
    จะตายอยู่แล้วคนอื่นเอาแรงมาจากไหนไม่ทราบ
    ร้อนก็ร้อนโคตรขนาดนี้ยังจะไปวิ่งเล่นตากแดดอยู่ได้ทุกที่
     
    โอ้ โน่นทีนี่ที....ยังดีที่ไปเที่ยวกันทั้งกลุ่มไม่งั้นก็หงอยตาอยู่คนเดียว
     
     
     
    ได้เข้าไปเที่ยวในโบราณสถานต่างๆของอยุธยา จ่ายเงินคนละสิบบาท
    ทุกคนรวมกันก็ประมาณ 70-80 บาท
    เข้าไป 2คนนั้งใต้ร่มพุทรา ดูอีพวกที่เหลือมันวิ่งไปโน่นมานี่กลางแดดร้อนๆ ถ่ายรูปกันไปมา
    อีกสัก10นาทีต่อมา มีคนโทมาบอกว่ารถจะออกแล้วว วิ่งมาด่วน
    เค้าให้พักแดดหนมเฉยๆ ไม่ใช่ให้แรดเดินไปที่อื่น
     
    สรุป คนอื่นรอพวกเราอยู่กลุ่มเดียว เพราะเสือกไม่รู้เรื่องอะไรเลย อยู่ปี 3 แท้ๆ โง่จริง
     
     
     
     
    อีก 2 ที่ก่อนสุดท้ายหมดแรงไม่ไหวแล้วใครชวนลงที่ไหนก็ไปเหอะ ไม่ไหวแล้ว
    ตายดีกว่า นอน นอนอนอนอนอนอนอนอนอนอนอนอนอนอน แล้วก็นอนอีกเนื่องจากขาด
    การพักผ่อนที่เพียงพอก่อนการเที่ยว...ตายๆๆ
     
    ไม่ได้ลงเพนียดช้างบ้านเกิดกวาง และไหว้พ่อแม่มันอย่างที่หวังเอาไว้
     
    แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะ อีกกวางก็หลับอยู่ปลายตีนใกล้ๆกัน
     
    คาดว่าคงมีคนได้รูปถ่ายตอนทุเรศๆ ไปเยอะ แต่ก็ไม่ไหว ไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อกรกับใครได้อีก
     
     
     
     
    จนถึงวัดสุดท้าย วัดใหญ่ไชยมงคล มีคนเค้าบอกให้ลง วัดสุดท้ายต้องลงนะ
     
     
     
    โกหกน่ะ เค้าบอกว่าลงเถอะวันสุดท้ายและ เลยลง
    ทั้งๆที่ใจจริงไม่อยากจะจากเบาะนั่งไปเลย อยากจมอยู่แบบนั้นแบบ ตายเป็นฟอสซิลไปเลย
     
     
    ก็เลยลงไปวิ่งถ่ายรูปเล่น เข้าห้องน้ำ พร้อมซื้อเฉาก๋วยเพราะร่างกายต้องการของหวานอย่างหนัก
     
    ได้เดินๆถ่ายรูปตอนเย็นรู้สึกเป็นสุขใจที่ได้เดินไม่ร้อนไม่หนาว แถมจะได้กลับหอซะที
     
     
     
     
    สรุป ได้ไปเที่ยวก็สุขสนุกสนานอยู่หรอกที่ได้ด่าอีกวางบ้างอีวุดบ้าง
    อำกันไปมา แต่ก็เหนื่อย เหนื่อยมาก แถมต้องกลับมาทำงานต่อ งานหนัก
    เลยไม่ประทับใจ แม้ว่าไปเที่ยวกี่ครั้งๆ อยุธยาก็ยังสวยเหมือนเดิมเหอะ
    แต่ก็ร้อนเหมือนเดิม ร้อนมากเหมือนเดิม
     
    แต่ก็ยังรู้สึกคุ้มค่าที่ได้ไปเพราะคงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวแบบหลายคนขนาดนี้ง่ายๆ
    เสน่ห์ของงานนี้คือเที่ยวฟรีกินฟรีตลอดงาน
    แถมนั่งอยู่ใต้ท้องรถ แหล่งเสบียงอีกต่างหากคนอื่นกินไปเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าของที่เหลือน่ะ
    ก็เอากลับมากินที่ห้องอีกต่างหาก
     
     
    เอาวะ อย่างน้อยก็มีความสุขถึงจะกลับมาทุกข์ต่อที่ห้องก็เหอะ
    แต่ตอนนี้งานนั้นก็ผ่านไปแล้วเหลืองานอีก 2 ที่จะทุกข์ทนทรมานกันต่อไป
    พรีเซ้นอิงหน้าห้อง กะรายงานเสดกิจ
     
    ต่อจากนั้นก็คงเป็นอ่านหนังสือแหละเพราะเทอมนี้เรียนไม่รู้เรื่องเลยแฮะ
    (ส)ตีฟแมร่งเสือปันยาอ่อนขี้โมโหอีกต่างหาก อย่างกะเด็ก ไอ้บ้า
     
     
     
     
    September 01

    เสาร์นี้จะไปเที่ยว

     
    เสาร์นี้จะไปเที่ยวพระราชวังบางปะอิน
     
    ทัศนศึกษาตามโปรแกรมเด็กปี2 ซึ่งมีปี3อยากเที่ยวแต่ขาดงบติดรถไปด้วย
     
     
     
     
    ตอนปี2เรียนความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียซึ่งจริงๆแล้วควรจะได้ไปทัศนศึกษา
    แต่กลับไม่ได้ไป
     
     
    มาได้ไปตอนปี3ซึ่งได้บีมาแล้วในตัวนั้น
     
     
     
    เออเอาเหอะถือไปเที่ยว ถ่ายรูปเล่นกันขำๆ....เพราะไปกันหลายคนsetเดิม
     
     
    คิดว่าคงมีเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากพวกเราเหมือนเดิมแฮ๊ะ....สงสัยจะได้นินทาคนโน้นคนนี้อีก
     
    ชอบเป็นเด็กนิสัยไม่ดี.........
     
     
     
     
     
    แต่ว่า...งานยังอีกบานเลย เรียนอีกแค่ 3 อาทิตย์
    เหลือรายงานอีก 2 ชิ้น อีชิ้นนึงก็จันทร์นี้แล้ว....
     
     
     
    ทรมาน แถมต้องไปยืนพรีเซ้นอะไรไม่รู้หน้าห้องอีกต่างหาก เยี่ยมมาก
    ธรรมดาก็พูดไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว คราวนี้แหละเมิงเอ๊ย ตื่นเต้นตายห่าอยู่หน้าห้องแน่  อายเค้า
     
     
     
     
    มาบ่นขำๆอยู่คนเดียวไปทำงานต่อดีกว่า
     
     
    August 28

    เช้าแล้วจ้า!!!! เช้าทุกวันเลย

     
     
    คนรุ่นใหม่ ต้องตื่นเช้า...นกตื่นเช้าย่อมได้เปรียบ
     
     
    ค่ะ
     
    แต่กรูน่ะ  นกอดนอนค่ะ....ไตทำงานหนักแย่แร้วป่านี้
     
     
     
     
     
     
    แฮ่ !!! ลำพังแปลงานอังกฤษไทย ก็แทบเอาชีวิตกันไม่รอด
    นี่3ต่อ รัสเซีย อังกิด ไทย.....บ้าแร้วกู
     
     
    ทำงานกันถึงเช้าทั้งพิมทั้งแปล เบรนสรอมกันสุดริด ยังแทบเอาชีวิตไม่รอด
     
     
     
    นี่เป็นความผิดของกูรึปล่าวที่พึ่งมาทำงานเอาทีหลัง
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    ใช่...
     
     
     
    นี่เป็นความผิดกูรึปล่าวที่ต้องส่งพรุ่งนี้
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    ก็ใช่อีก...
     
     
     
     
    แง้!! ส่งช้าถูกหักคะแนนด้วยนา  ดีนะที่เป็นงานกลุ่มไม่งั้นกูไม่ทำแมร่งแร้ว
     
     
     
     
    ตอนนี้เพื่อนๆมานอนตายซาก ขดๆเป็นหนอนชาเขียวกันอยู่3 -4 คน โต้กันจนเช้า
    เรียนเก้าครึ่งแต่จะเข้าสัก11โมงไปส่งงาน
     
     
     
     
     
    ห้องจากเดิมที่เคยสะอาดกว้างโล่ง
    กลายเป็นกองขยะ ที่โยนๆกองๆไว้ ----แล้วมาเก็บไปด้วยนะ
    ร้านอาหาร มาม่ากันเถอะ เครียดว่ะ โคดหิวเลย เครียดเป็นบ่อเกิดแห่งความหิว
    โรงแรมให้เพื่อนมานอนค้าง
     
     
    ห้องคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค 2 pc 1 ตั้งเรียงราย มีการขนย้ายข้อมูล ผ่านต่อกันไป
     
     
     
     
     
     
    ตั้งแต่เที่ยงเมื่อวานจนถึงเมื่อกี้นี้จะเก้าโมงแล้ว พึ่งได้ปิดไฟ
    โน๊ตบุ๊ค 2 แล้วก็ทีวีเอง
     
     
    ------------------------------------------------
     
    ค่าไฟเดือนที่แร้วประมาณ 600 (ต่อคน ต่อหัว)ค่าโทสับประมาณ 120
    รวมอยู่ในค่าไฟ...
     
    ----------------------
     
     
     
     
     
    เออ!!! เฮ้อ นอนไม่หลับเพราะงานไม่เสร็จไม่อยากทำแร้ว
     
    ทำไมต้องแปลไปให้จารย์อ่านด้วยอ่ะ อ่านเอาเองดิ ในเว็บมีเยอะแยะ รัสเซียก็อ่านออกนี่นา  แง้ แกล้งกันนี่หว่า
     
     
     
     
     
    อีกอย่างหลับไม่ได้เพราะไม่มีที่นอน มีเตียงสองแต่เพื่อนนอนไป4คนแร้วง่า
     
     
     
     
    เสือกแดกกาแฟเข้าไปอีก ตีห้า พอหอเปิดก็ออกไปยืดเส้นยืดสาย ไป7-11
     
     
     
     
     
     
     
    คนอื่นก็นอนขดเป็นวงๆ แต่เรานั่งป๊อกแป๊กอยู่คนเดียว
     
     
     
     
     
     
     
     
    ห้องรกเป็นอะไรที่แปลกตาดีอยู่ สนุกดี
     
     
     
    อิ๊ อิ๊.........เพราะว่าที่นั่งอยู่ทั้งเกือบวันนึงก็ เจาะแจ๊ะกันไป
     
    ดูหนังubc บ้าง นินทาคนบ้าง อำกันบ้าง ด่ากันไปมา แอบงีบ หลับใน
    นอนแบบเอาจริง พิมงาน แปลงาน จัดหน้า ทำงานน่าเบื่อ แอบโหลดเพลง
    พร้อมๆกับหางานไปด้วย ดูข่าวแว๊บๆ
     
     
    ที่สนุกสุดก็เห็นจะเป็นพูดถึงคนโน้นคนนี้
    ขี้เสือกไปเรื่อยเปื่อย.........นี่แหละ
     
     
     
     
     
     
     
    งานวันนี้ก็ใช่ว่ากูจะเครียดหรอกนะ....ก็แค่อยากทำให้สร็จทันส่ง
    พร้อมกับ party ไปกับเพื่อนๆไปด้วยก็สนุกดีอยู่หรอก
     
     
     
     
     
    วันหลังเอาอีกก็ดีนะ..........คงได้เป็นไตวายกันบ้าง