Mайкхини's profileМайя : My every Ordinary...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 17

    My every Ordinary Day

     
    My every Ordinary DaY
     
     
    เริ่มทำงานมาได้เดือนครึ่งแล้ว
     
    ชีวิตประจำวัน เกือบจะเรียกได้ว่า routine
     
     
     
    แต่ก็เป็น  routine ทีบิดเบี้ยวเต็มทน 
     
     
     
    เพราะไม่ได้ตื่นนอนอาบน้ำ กินข้าว ทำโน่นทำนี่เวลาเดิมทุกวัน
     
    สิ่งที่ทำทุกวันก็เริ่มจากการตื่นสาย (กว่าที่มันควรจะเป็น)
     
     
    และก็ไปทำงานสาย
     
    (กินเงินเดือนเจ้านายและกินแรงคนทั้งออฟฟิส
    โดยเฉพาะอีเปิ้ลที่ต้องทำงานล่วงไปแล้วเกือบสองชั่วโมงกว่าอิชั้นจะเด็จไปถึง
    เวลาเก็บของก่อนเลิกงาน มันก็จะเหน็บแนมด้วยความรักใครว่า
    "แหม่!! อีนี่ มาก็ช้ายังจะรีบกลับอีกนะ")
     
     
     
    ช่วงเวลาที่มีความสุขระหว่างวัน
    ก็จะเป็นเวลาที่ได้นั่งรถเมล์ไป
    (ขอย้ำ ว่านั่งรถเมล์ ถ้ายืนก็จะเซ็งนิดหน่อย)
     
    อ่านหนังสือ
    ฟังเพลง
    และแอบเหม่อไปนอกหน้าต่างในบางที
     
     
    สงสัยคงเป็นเพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่คนเดียวแบบเหงาน้อยที่สุด
    เพราะมีคนล้อมหน้ารอบหลังเพียบไปหมด
     
    ไม่เหงามากเท่าตอนอยู่ห้อง
     
     
     
    บางทีเจอเจ๊แก่ๆ ก็ต้องลุกให้เขานั่งบ้าง เพราะผู้ชายใจจืดมันนั่งอยู่ถ้วนทั่วทุกหัวระแหง (รถเมล์)
     
     
     
    พอนั่งรถเมล์ผ่านช่วงที่เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะทอดสายตาออกไปไกลๆ
    เพื่อพักสายตาบ้าง คิดอะไรก็เพลินดี
     
    (เพราะมันเป็นที่เดียวตลอดการเดินทางของ 515 ที่สามารถทอดสายตาได้)
     
     
    บางครั้งเวลาผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะคิดถึงทะเลที่บ้าน คงเป็นเพราะว่า
    แม่น้ำเจ้าพระยาในตอนนี้ก็ทำหน้าที่เดียวกับทะเลในตอนนั้น
     
     
    แม้ตอนนั้นจะคิดว่ามันขี้เหร่แล้วก็ take it for granted ก็เหอะ
    ตอนนี้คิดถึงจัง
     
     
     
    ทุกกว่าจะไปถึงที่ทำงานก็สาย
     
    ทำงานได้สักพักก็ไปกินข้าวเที่ยง
     
    แล้วก็กลับมา
    ทำงาน
    ทำงาน
    ทำงาน
     
     
    หรือไม่ก็นั่งว่างงงงง มันแม่งทั้งวัน เล่นเน็ตกะอีเปิ้ล
     
     
    แล้วก็เลิกงาน
     
    ไปกินข้าว
     
    กลับบ้าน
     
    นั่งรถเมล์/ยืนรถเมล์
     
    อ่านหนังสือ/ฟังเพลง
     
     
     
    ----------------------------------
    อยูคนเดียวบางทีก็ดีเหมือนกัน
     
    เหงาหน่อยแต่ก็ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
    -----------------------------------
     
     
    ช่วงกลางวันเวลาอยู่กับอีเปิ้ล จะเป็นช่วงที่ฮาที่สุด เพราะอีเปิ้ลมันเมากัญชาทั้งวัน
     
    ขำอยู่ทั้งวัน ไม่ยอมเลิก อีนี่มันอารมณ์ดีผิดมนุษย์จริงๆ
     
     
     
     
    จะมีบ้างก็บางวันเวลาที่มันจิตตกเรื่องงาน
     
    เราก็จะทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไปหาหนังสือมาอ่านแก้เซ็งแทน
     
     
     
    |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
     
     
    ชีวิตการทำงานก็มีอยู่แค่นี้
     
     
    งานที่ทำก็สนุกดี
     
    อาจจะเป็นเพราะยังใหม่อยู่เลยสนุกกับมัน
    งานก็ยังไม่หนักมากนัก
    เพื่อนก็มี เลยไม่เหงาในที่ทำงาน
     
    คนอื่นๆ เขาก็เป็นกันเอง
     
    อยู่ๆ ไปแล้วมันก็สบายใจดี
     
     
     
    บางทีก็ได้ออกไปข้างนอกบ้างก็สนุกเหมือนกัน
    ได้ออกไปดูของที่คาร์โก้
    โน่นๆ นี่ๆ ก็สนุกดีและหมดไปอีกวัน
     
     
    แต่ก็มันเหมือนมันขาดๆ ยังไงก็ไม่รู้
     
     
     
     
     
    ดีนะที่ได้ทุนซะ ดีใจที่ได้ และเกินคาดเพราะไม่คิดว่าจะได้ไป
    ไปเรียนที่รัสเซียมันด้วยกันทั้งฝูงนี่แหละ
     
    ไปกันหมด
     
     
    มีคนบอกว่า
    "ไม่รู้แตมกับเปิ้ลทำบุญด้วยอะไร งานก็ได้ทำด้วยกัน ได้ทุนก็ยังได้คณะเดียวกันอีก"
     
     
    เปิ้ลเลยตอบให้หายข้องใจว่า
    "ปลาท่องโก๋"
     
     
    ลองชาตินี้มันรู้แล้วว่า ทำแล้วมันซวยต้องมาพบเจอกับกูทุกทีไป
    สงสัยมันจะเลี่ยงไม่ใช้ปลาท่องโก๋แล้วอ้ะ (ลงทุนอีกหน่อยนะอีเปิ้ล)
     
     
    ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
     
     
     
    สืบเนื่องจากเรื่องได้ทุน
     
     
     
    เป็นเพราะว่าการได้ทุนนี้
    มันไม่ใช่ทุนที่ยากอะไรนักหนา
     
    ไม่จำเป็นต้องเรียนดีมาก เริ่ด เพอเฟก ก็สามารถได้ทุนได้
     
     
     
    ตอนนี้มันก็อยู่แค่ว่า จะมีพ๊อคเก็ตมันนี่พอที่จะอยู่และไปเรียนได้รึปล่าว
     
     
    ช่วงนี้ใครๆ ก็รู้ว่า เศรษฐกิจ ขาลง เล่นทำกราฟเป็นมุมฉาก ดิ่งลงไปเรื่อยๆ
     
    สำหรับร้านถ่ายรูปเงินไม่หนาอย่างบ้านเราที่มันแย่อยู่แล้วมันก็ร่วงลงไปได้อีก และคิดว่าคงได้มากกว่านี้อีก
     
    อย่างไม่มีที่สิ้นสุดและขีดจำกัด
     
     
     
     
    ทั้งนี้และทั้งนั้น
    เนื่องจากผลทุนมันประกาศก่อนวันแม่ไม่กี่วัน
     
    หลังจากเราเชื่อว่าเราจะไม่มีโอกาสได้ก้าวเท้าออกจากเขตแดนประเทศไทยในชีวิตนี้
     
    เพราะไม่มีตังมากพอ
     
    หลังจากที่เราเชื่อว่าเราทำงานหาเงินเองได้ และจะไม่รบกวน ขอตังพ่อและแม่ใช้อีก
     
    ยังไม่ครบเดือน
     
    เราก็ต้องขอแม่อีกแล้ว
     
     
     
    แม่เป็นคนที่วิ่งเต้น หาเงินให้เราทุกบาททุกสตางค์แลกกับการที่จะได้ไปในครั้งนี้
     
    เรียกว่ารีดกันเลยทีเดียว
     
     
     
    ทำให้เรารู้สึกว่า วันแม่ปีนี้ เราไม่ได้ทำอะไรให้แม่เลย แต่แม่ยังกลับต้องมาลำบากเพราะเราอีก
     
    แต่ก็เอาเถอะ หวังว่ามันจะทำให้แม่ภูมิใจได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ
     
     
     
    เนื่องในวันแม่
    ขอให้แม่มีความสุขกับตัวเองบ้าง
    เครียดให้น้อยลง
    สุขภาพดีขึ้น
    ให้แม่ผอมๆ
     
     
    สาธุ
     
     
     
    ปล. รักและคิดถึงแม่นะก๊าบบบบบบบบบRed heart
     
    (จากเรื่องที่ทำงานกลายมาเป็นเรื่องวันแม่ได้ไง!!!)
     
     
     
    June 30

    ฮ่วย!!!! สุดยอดการบริการอันดับหนึ่งของเอเซอร์

     
     
     
    ......กาลครั้งหนึ่งเมื่อเดือนนึงมาแล้ว......
     
     
     
    พีซีของข้าพเจ้าเกิดอาการเฮี้ยนขึ้นมากระทันหัน
     
    (อยู่ดีๆ พี่แกก็ลุกลี้ลุกลน นึกจะเกลียดกัน)
     
    เปิดมันไม่ได้กันซะอย่างนั้น
     
     
     
     
    เปิดไม่ได้อย่างเดียวไม่พอ
     
    พี่แกเสือกชอบทำตัวให้ความหวัง
     
     
     
     
    เปิดติดขึ้นมาแว๊บบบบ!!! ไม่ถึงสามวิ ก็ดับไปอย่างไร้ร่องรอย
     
     
     
    ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก ขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่ได้
     
    รีบก็รีบ จะใช้ ก็ไม่ได้ใช้ ต้องเอาไปส่งศุนย์ให้ช่างซ่อม
     
     
     
     
    เรื่องของเรื่องคือ เมื่อย้ายออกมาจากทุ่งรังสิตแล้ว
     
    การจะไปที่ไหนก็จะเซ็งมาเพราะรถติด
     
    ถ้าอยู่รังสิตไปเซียร์ แป๊บเดียวถึง รถไม่ติด สบาย
     
     
     
    แต่นี่
    จะรีบใช้ ก็เลยต้องยกทูลหัวทูนเกล้ากันไปพระราม 3
     
    ศูนย์บริการสาขาใหญ่ของเอเซอร์
     
    .
    .
    .
    .
    .
    .
     
    Round One
     
    ณ ศูนย์บริการสาขาใหญ่ของเอเซอร์ 
     
     
    ซึ่งตัวข้าพเจ้าคาดหวังไว้ว่า เป็นถึงศูนย์ใหญ่ ก็ต้องมีการบริการที่ดีให้ (สักนิดน่า)
     
    วันที่ยกมาเป็นวันเสาร์ ช่างก็ไม่มี เชคก็ไม่ได้ เลยต้องทิ้งเอาไว้..แล้วรอฟังผล
     
    ขาไปนี่ก็จะให้ยกพีซีขึ้นรถเมล์ก็ไม่ไหว
     
    ก็ต้องแทกซี่ล่ะคับ พี่น้อง ค่ารถก็ปาเข้าไป ร้อยกว่าบาท
     
     
     
     
    วันจันทร์ พอทางศูนย์ติดต่อกลับมาก็บอกว่า คอมไม่ได้เป็นอะไรเลย
     
    ก็เลยนึกว่าตัวเองอุปทานไปเอง
     
    คงไม่เป็นอะไรจริงๆ
     
     
     
     
    พอเอากลับมา แม่งก็เป็นเหมือนเดิม  ฮ่วย กูจะยกไปทำไม
     
    ก็เลยโทรไปบอกมัน ...มา!!! มึงกลับมาเอาเลยนะ ยกไปซ่อมนะไม่ได้ยกไปให้ดู...
     
     
     
     
    ปล่าวไม่ได้พูดงี้หรอก 555 พูดงี้เขาก็ตบกูกะโหลกแตกสิ
     
     
    (.....ขอสายผู้จัดการค่ะ.....) 
     
     
     
     
     
     
    เขาก็ดีนะ มายกไปซ่อมให้ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่มีบริการนี้
     
    (บริการเสริม กูจัดเอง เก่งไม๊)
     
    ต้องให้โทรไปจิก ถึงจะมีบริการ ยกไปซ่อมให้ 
     
     
     
     
    แล้วก็โทรมาบอกว่า ไม่เจออาการอะไรเหมือนเดิม มีแต่ไดร์ฟ เอเสีย เดี๋ยวเปลี่ยนให้
     
    (บ้านใครที่ไหนเขายังใช้กันอีกวะ....ไม่เปลี่ยนกูก็ไม่เดือนร้อนหรอก)
     
     
     
     
    พอตอนไปเอาก็ถามว่าต้องจ่ายตังเท่าไหร่ ---มันก็บอกว่าไม่ต้องจ่าย
     
     แต่พอเอากลับมาก็ยังใช้ไม่ได้อยู่ดี
     
     
    สุดท้าย สุดทน เลยต้องยกไปพันทิพย์ เพราะไม่มีตังยกไปพระรามสามแล้ว
     
    .
    .
    .
    .
    .
    .
     
    Round Two
     
    พอไปพันทิพย์ แค่สแกนบาร์โค้ดเครื่อง มันบอกว่า
     
    เครื่องหมดประกันแล้ว ถ้าส่งซ่อม ไม่ว่ายังไงๆ ก็ต้องจ่ายค่าบริการ 535 บาท
     
    ค่าอะไหล่ไม่ต้องเสีย เพราะยังไม่ครบสามปี
     
     
     
    นี่...กูยกไป ยกมา ยกไป ยกมา ค่ารถก็เสีย ค่ากินก็เสีย ซ่อมก็ไม่ได้
     
    ยังต้องเสียค่าบริการอีก
     
     
     
     
    หึหึหึ...อยากตะโกนใส่หน้ามันว่า...กูไม่มีตังแล้วโว้ย
     
    (ทำไรไม่ได้---ยกคอมกลับ)
     
    .
    .
    .
    .
    .
    .
     
    Round Three
     
     
    รอบสุดท้าย
     
    ต้องโทรไปกัดจิกกับ Call Center
     
     
    บอกว่านี่มันยังไงกัน ห๊า!!
     
    ซ่อมก็ซ่อมไม่ได้ เสียเวลา เสียแรง เสียเงิน
     
    แถมที่นั่นบอกไม่คิดค่าซ่อม แต่ที่นี่คิด
     
     
     
    คุณพนักงานก็เลยโทรไปประสานงานได้
     
     
     
    สรุปว่าต้อง repeat
     
    เรื่องที่เล่ามา ประมาณสาม ถึงสามสี่รอบให้ผู้เกี่ยวข้อง อันได้แก่
     
    call center, พนักงานที่ศูนย์เอเซอร์ และ ผู้จัดการ
     
     
     
     
    กูจะจำได้ขึ้นใจอยู่แล้ว
     
     
     
     
    เสร็จแล้วสรุปสุดท้าย พี่แกไปปรึกษากัน
     
    จนได้เรื่องมาว่า คราวที่แล้วเป็นการผิดพลาดของพนักงาน
     
    ที่สแกนบาร์โค้ดแล้วเข้าใจว่า เครื่องยังมีอายุไม่เกินหนึ่งปี
     
     
    ส่วนการที่เปลี่ยนไดร์ฟเอแล้วไม่คิดเงินนั้น ยกผลประโยชน์ให้
     
    (ฮ่วย!!! อย่ามาพูดอย่างนี้นะกูไม่ใช่ความผิดกูเลย ไม่ต้องมาแสดงให้เป็นหนี้บุญคุณ กูไม่รู้สึกหรอกโว้ย!!!)
     
    (แถมทุกวันนี้ โลกไหนเขายังใช้กันอยู่อีกไดร์ฟเออ้ะ)
     
     
     
     
    สี่ห้าวันต่อมา
    หลังจากที่ตกลงกันได้เรียบร้อย เอาเครื่องไปส่งที่พันทิพย์
     
     
     
    พอเสร็จ
    เขาส่งแมสเซจมาบอกให้ไปรับกลับ
    ก็เลยโทรไปถาม call center
    มันก็บอกว่า มีค่าบริการ 535 บาท
     
     
    แม่ง!!!! คิดตังกูอีกและ....ไม่รู้จักจำ
     
     
     
     
     
    แค้นนนน!!!!!
     
     
    อย่างนี้ก็ต้องโทรไปหา call center อีกสักที เผื่อจะฟื้นความจำได้
     
     
     
    หลังจาก repeat เรื่องที่เล่ามาแล้วเป็นรอบที่ แสนแปด
     
     
     
     
    "ตกลงว่าจะเอายังไงคะ ก็คุยกันไว้อย่างนึง แต่ทำอีกอย่าง"
     
    "เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา แล้วไม่ได้อะไรกลับมาอย่างนี้ดิฉันควรทำยังไงเหรอคะ คิดจะรับผิดชอบกันบ้างไม๊"
     
    "ที่ซื้อเอเซอร์นี่ ซื้อบริการนะคะ แต่ถ้าได้บริการอย่างนี้กลับมาก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงดี"
     
     
     
     
     
     
     
    "งั้นเดี๋ยวขอโทรไปถามที่ศูนย์พันทิพย์ก่อนนะคะ"
     
      
      
    "คุณเมฆินีคะ ตกลงว่า ค่าอะไหล่ และค่าบริการไม่คิดนะคะ"
     
     
     
     
     
    "ค่า"
     
     
     
     
      
     
    กูพูดจนไม่ต้องจ่ายมันจนได้นั่นแหละ
     
     
    ปล. ตอนไปเอาเครื่อง เมเนเจอร์ที่ศูนย์พันทิพย์บอกว่า
     
    ตกลงว่า ค่าบริการฟรีแค่ครั้งนี้นะครับ หรือว่าครั้งต่อไปด้วย
     
     
    (ยังๆ ยังกวนตีนอีก เดี๋ยวๆ เดี๋ยวมึงเจอคอลเซ็นเตอร์)
    December 09

    การเดินทางอันไร้สาระที่พึ่งจบลง

    เซฟเป็นดราฟไว้ ไม่ได้อัพมาชาติเศษ
    หลังจากอัพรูปให้คนอื่นๆ คิดกันไปเองต่างๆ นานา แล้ว ดิฉันก็จะมาแก้ข้อข้อใจ
    ว่า เพื่อนดิฉันเป็นเกย์จริงหรือไม่ อย่างไร มันกวนตีนแค่ไหน

    แต่ขอเตื่อนไว้ก่อนเผื่อรับไม่ได้ บล๊อคนี้หยาบคายและควรใช้วิจารณญาณในการรับชม



    การเดินทาง ไปเที่ยวครั้งนี้เริ่มต้นด้วยความต้องการทะยานอยากของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
    ไม่ได้เกี่ยวกับความต้องการของคนอื่นเลย (ไม่ได้สนใจคนอื่นเลย ว่างั้นเหอะ)
    สรุปคือ......คนอื่นที่ไป เป็นเพียงตัวแถมของการเดิน เท่านั้น อย่าได้สำคัญตนผิดไป 555


    การไปเที่ยวครั้งแรกกับเพื่อนกลุ่มเดิมที่คุ้นเคยมันช่างงง....สุดตีนจริงๆ
    ด่ากันทั้งวันไม่เลิก---หรือว่าเพื่อนชั้นมันจะถูกสาป

    ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่มหาลัย
    มันต้องเป็นกลุ่มที่เสียงดังที่สุด ด่าเจ็บที่สุด และอำกันแสบตีนที่สุดในโลกเสมอ
    (คิดดูละกันว่าตีนหนาๆ ยังแสบค่าคุณขา)

    11.00
    เริ่มต้นขึ้นรถเมล์
    มันก็ไปขึ้นกันมาก่อนที่ต้นทาง 4 คน
    ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบกเป้โคตรใหญ่ ขึ้นรถเมล์คนเดียว
    บ้านกูไกลนะมึง...ให้กูรออยู่ได้

    กูก็อายคนนะมึง แต่กูก็อยากไปเที่ยวมากกว่า ถือว่าตากหน้า ได้กินหวานทีหลัง

    "มึงจะย้ายไปอยู่บ้านกูเลยไหม กระเป๋าใบใหญ่ขนาดนั้น"
    คนก็เต็มรถเมล์ กูขึ้นมาก็ด่ากันเลยทีเดียว --__--" (คนหันมามองด้วยนะ)
    ทำไมล่ะ ก็กูมีกระเป๋าของกูใบเดียวนี่ (กูเถียงในใจนะ แค่นี้กูก็อายเขาแย่แล้ว)


    แล้วก็ด่ากันไปตลอดทาง ไปจนถึงหาดใหญ่....(เมื่อไหร่พวกมึงจะเหนื่อยกันซะที กูเหนื่อยก่อนแล้วนะ)

    ไปถึงก็ต้องไปรอตูมมาสมทบที่หาดใหญ่
    เนื่องจากเมื่อคืนมันมานอนแรดอยู่ที่หาดใหญ่ บ้านเหน่งแฟนมัน

    กูล่ะหน่าย โทไปปลุกแต่เช้า เพราะกูอยากเที่ยวมาก
    นัดกัน 10 โมง กูไม่นอนทั้งคืน ออกไปเดินเล่น ไปบ้านยายกับแม่
    กลับมาก็โทปลุกพวกมัน ---- น่าจะนัดกันแต่เช้าน้อออ

    flash back
    08.00
    โทรไปปลุกทัชกับเอสก็ตื่นกันแล้ว ติ๋มก็ตื่นแล้ว ก้องก็ตื่นแล้ว
    โทรกวนทุกคนแล้ว
    แต่
    พอถึงคิวอีตูม

    "มึง ตื่นนนยังงงง แต่งตัวเร็ว ไปเที่ยวกัน"
    อีตูม .... มึงจะรีบไปไหน นัดกันตอน 11 โมง นี่มันเพิ่ง 8 โมงเช้านะ (คงคิดในใจ อีห่านี่)

    "ตื่นได้แล้วมึงทำอะไรอยู่"

    (กูรำคาญอีห่านี่จังว่ะ) กูตื่นแล้ว
    "แล้วมึงทำอะไรอยู่ล่ะ อาบน้ำแต่งตัวเร็ว"


    (อีนี่...) กูเอากับเหน่งอยู่ พอใจยัง แค่นี้นะ

    "มึง จะเสร็จยัง ไปกันเหอะไปได้แล้วกูอยากเที่ยว"
    (......) ยัง (กูจะไปต่อ....ได้ยัง)

    "ให้กูไปช่วยไหมจะได้เร็วๆ =p -----เร็วๆ "
    (อี....) เออ
    แกร๊ก
    ......................................................สุดท้ายแม่งกว่าพี่แกจะมา เพื่อนรอกันปาไป 2 ชม.กว่า
    เพื่อนแม่งรอกันหน้าแหก


    สุดท้ายกว่าจะไปถึงบ้านเอสก็เย็นแล้ว
    ที่สำคัญกูอยากเที่ยววววว...แต่ก็ไม่ได้เที่ยว
    ได้ไปขับรถเล่น ขำๆ ก็สนุกแล้ว

    เอาแต่ด่ากันก็มันส์แล้ว

    สุดท้ายก็ล้อมวง กินเหล้า เล่นไพ่---หนุกป่ะล่ะ
    สุดท้ายกูก็เมาหลับไปก่อนเพื่อนทุกคน เอี้ยจริง

    ...............................................................
    วันที่สอง
    พวกเราออกเที่ยวกันแต่เช้า
    ไปกระชังปลา น้ำตก งานแต่ง ทะเล
    เที่ยวกันจนถึงเกือบๆ บ่าย ก็กลับมาช่วยงานที่บ้านเอสกัน

    เรื่องที่เราได้หาเรื่องไปเที่ยวเพราะบ้านเอส จัดงาน ล้มแพะ แก้บนตามแบบอิสลาม

    ขอโทษนะฮะหากคิดว่าพวกเราไปดูการล้มแพะและทำพิธีต่างๆ จริงๆ แล้วหารู้ไม่
    พวกเราไปกินแพะฮ่ะ----กินอย่างเดียวเท่านั้น

    สิ่งเดียวที่พวกเราจะชดเชยได้คือการล้างมหม้อใบใหญ่ และจานชามกองมโหราฬ
    ที่บรรดาแขกเหรื่อทั้งหลายมาทานแล้วจากไป

    แล้วก็กินเหล้ากันต่อ----แต่วันนี้หนูไม่กินนะฮ้า

    เด็กดี เหล้าไม่อร่อย

    อิอิ


    September 25

    เออ วันนี้จะสอบ...แล้วไง!!

     
    วันนี้เป็นเช้าวันจันทร์เวลาตามที่ปรากฏก็ปาจะข้าไปจะตี 3 แร้นน
     
    บ่ายวันนี้แหละจะสอบวิชาการดำเนินเศรษฐกิจรัสเซีย..555
    เฝ้าซุ้มซ้อมอ่าหนังสือไปหลับไป2วันผ่านไป  กรี๊ดจะสอบแล้ว !! อ่านไม่ทันหางจุกตูด
     
    จำอะไรไปสอบได้ไม๊นี่ ป่านี้ยังมาแรดอยู่แถวนี้
     
     
     
    อื้ม....สู้ทนกันต่อไปไม่ไหว มาเล่นเน็ตซะงั้น
     
    วันนี้แค่จะเข้ามาโพสรูปที่เมื่อเช้าวันอาทิตย์ไปถ่ายเล่นมา
    ก็คิดดูละกันเช้าวันก่อนสอบยังมีหน้าไปแรดข้างนอก
     
     
    แต่มาคิดดูอีกทีก็น่าเห็นใจ(ตัวเอง) ใครจะไปทนอยู่ในรูในห้องได้ไม่ไหวแล้วต้องออกไปวิ่งเล่นซะบ้าง
     
    ก็เลยออกไป7กันเพราะยังไม่ได้นอน อ่านจนเช้าอ่านไปดุทีวีไป เจริญป่านี้เลยจบแค่รอบเดียว
     
     
     
    แฮ่!!! นานๆได้ออกจากแต่เช้าทีก็เลยไปถ่ายรูปเล่นแถวหอ ระหว่างทางการเดินเล่นตอนเช้า
     
    แล้วก็กลับมาดู..ดราก้อนบอลต่อจนผล่อยหลับไปราว 10 โมง
     
     
     
     
    ปล.1 Ya tebe lublu...Luv ya
    ปล.2 วันก่อนไปดูบัลเล่มาแต่ยังไม่มีอารมณ์มาเล่าให้ฟัง
    เพราะใกล้สอบเข้าไปทุกหนึ่งวินาทีที่เข็มกระดิก
    เพราะงั้น ไปก่อนนะ
     
     
     
    ไปละ
     
     
     
    อ้อ ปล.3 รูปที่โพสน่ะเขียวเพราะความต้องการสีเขียวเป็นพิเศษส่วนตัว
    ปรับเอาน่ะ!!! จริงๆไม่ได้เขียวขนาดนั้น