Mайкхини 的个人资料Майя : My every Ordinary...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
Майя : My every Ordinary DayI tried to be chill but you're so hot that I melted. |
||||||||||||||||
|
9月23日 คำถามที่ต้องการคำตอบ ของอาจารย์ปั้น1. ชื่อเล่นชื่อไรเอ่ย ? - แตม, เฌอแตม แต่โดยมาก ถ้าไม่ถูกเรียกว่ามะหมา ก็อีแตม (จิกหัวกูจริง) 2. ลืมตามาดูโลกเมื่อไหร่กัน ? - 6 มีนาคม 3. มีพี่น้องมั้ย ? - พี่ชายและน้องสาวอย่างละตัวค่ะ 4. สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษคืออะไร ? - อ่านหนังสือ นอนอืด ทำกับข้าว แล้วก็กินซะให้เรียบ 5. แล้วสิ่งที่เกลียดล่ะ ? - แง้ๆๆ กูทำแล้ว ทำไมกูต้องล้างด้วย 6. มีสัตว์เลี้ยงมั้ย เป็นตัวอะไร ชื่ออะไรบ้าง ? - มีน้องแมวที่กลายสภาเป็นหมูมีขน สามตัวค่ะ 7. คุณชอบเครื่องดื่มอะไร ? - ชาเย็นใส่นม โกโก้เย็น 8. แล้วชอบกินอาหารอะไรบ้าง ? - แกงส้มปลากระพง กุ่งผัดสะตอค๊าบบบบ 9. ชอบสีอะไร - สีเขียวเป็นพิเศษเลยค่า เพราะหนูเป็นกบ 10. งานอดิเรกของคุณคืออะไร ? - อ่านหนังสือนิยายทั่วไป เล่นเน็ต 11. คุณมีปมด้อยมั้ยแล้วปมด้อยของคุณคืออะไร ? - มีค่ะ ตัวบวม 12. ชอบแต่งตัวแนวไหน โชว์เสื้อผ้าของคุณหน่อยสิ ? - ใส่ทูพีซตลอดเลย แว่นตากับรองเท้าแตะ 13. คุณใส่นาฬิกาอะไรอยู่ ขอดูได้มั้ย ? - ได้มาดูสิมา 14. เพลงไหนที่สามารถสื่อความเป็นคุณออกมาได้ ? - ไม่มีหรอก มีแต่เพลงที่ชอบอ้ะได้มั้ย 15. กิจวัตรประจำวันของคุณเป็นยังไง ไหนบอกมาซิ ? - เดินไปเดินมาทั้งวัน 16. มีแฟนรึยัง ถ้ายังคุณอยากมีมั้ย ? - มีแล้วๆ แฟนหนุ่ม สองตัวที่บ้าน อ้วนมาก ชอบมาร้องขอข้าวกิน 17. แล้วถ้าเลือกได้ อยากมีแฟนหน้าตาเหมือนใคร ? ไม่รุ
19. คุณว่าคุณหน้าเหมือนใคร ? ไม่มี เป็นตัวของตัวเอง
20. ไหนขอดูรูปคุณตอนยิ้มหน่อยซิ ?
18. แล้วถ้าให้พาบุคคลในข้อ. 17 ไปเดท 1 วันจะพาไปไหน แล้วไปทำไรบ้าง ? ไปนอนทั้งวานนนนเลย
21. ถ้าตกหลุมรักใครคนนึงอยู่ คุณจะบอกรักเค้าว่ายังไง ? - ไม่บอก 22. ห้องที่คุณชอบไปบ่อยๆในพันทิปคือห้องไหน ? - ห้องที่ทำกับข้าวอ้ะ น้ำลายยืดทุกที 23. คนที่มาเยี่ยม Blog คุณบ่อยๆมีใครบ้าง ขอสัก 10 ชื่อแล้วกัน ? - มีค่อยมีหรอก บล๊อคไม่อัพ 24. แล้วเค้าแต่ละคนเป็นคนแบบไหนตามความรู้สึกของคุณ ? -หลายคนน่าหนักใจ ฮ่าๆๆๆ 25. มีอะไรอยากบอกพวกเค้ามั้ย ? - รักนะ ขอแสดงออกด้วยวาจาอันหนักหน่วง 26. แล้วกับคนที่ส่ง Tag มานี่ล่ะ คุณคิดยังไงกะเค้า ? - อาจารย์ปั้นเป็นคนส่งมาให้ เป็นคนดีเดอะเบสออฟเดอะเยีย แต่บางทีก็แอบกัดเจ็บเล็กน้อย ทำเอาคันไปทั้งตัว 27. แล้วจะบอกอะไรถึงคนที่ส่ง Tag มาให้คุณมั้ย ? - สาธุค่ะอาจารย์ 28. ตอนนี้คุณนึกถึงรายนามของคนที่คุณจะส่ง Tag ไปให้ 4 - อาจารย์ชิงคนที่หนูจะส่งแท๊กให้หมดแล้ว แล้วหนูจะส่งให้ใคร คนมาเยี่ยมสเปซหนูก็น้อยนิดปิ๊ดรี๊ด เอาเป็นว่าส่งให้ เฟินเปิ้ลยุ้ยแอนล่ะกัน 29. คุณคิดว่า 4 คนนี้คิดยังไงกะคุณบ้าง หลังจากที่คุณส่ง Tag ไปให้ ? - ไม่ทำได้มั้ย 30. ขอเหตุผลหน่อยสิว่าทำไมต้องส่งไปหา 4 คนนี้ด้วย ? - คิดออกแค่นี้ 31. ข้อสุดท้าย มีอะไรจะฝากถึงคนที่คุณกำลังจะส่ง Tag ไปหาเค้าบ้าง ? - ตอบซะดีๆ 8月21日 การเลือกซื้อ NotebookThanks a lot for the information
ติดประกาศ ศุกร์ 03 ก.พ. 06@ 05:14:09 ICT โดย thainuke
naykitti บันทึก "จากการที่มีผู้ถามเกี่ยวกับการเลือกซื้อ Notebook ดังนั้นจึงได้รวบรวมคำถาม คำตอบ สำหรับการเลือกซื้อ Notebook อาจเป็นการตอบแบบคร่าวๆ ไม่ละเอียดมากนัก ควรอ่านคำถามคำตอบตั้งแต่ต้น
Q. การเลือกซื้อ Notebook นั้นมีหลักเกณฑ์ในการเลือกซื้ออย่างไรบ้าง Q. Notebook มีกี่ประเภท
แปลความหมายของคุณสมบัติต่างๆ ได้ดังนี้
2. Chipset Intel 855GME
4. Harddisk 40GB. 4200RPM.
5. CD-RW/DVD combo Drive
7. VGA Intel Extreme Graphic 2 up to 64MB.
8. USBx2, modem 56k, LAN 10/100
Sonoma จะมีการปรับปรุงใช้ Chipset ที่ใหม่กว่า Centrino คือ Chipset i915 และCPU Centrino จะประหยัดไฟกว่า CPU Pentium ปรกติ ทำให้ใช้งาน notebook จาก battery ได้นานกว่า Q. ช่องต่อหรือการเชื่อมต่อของ Notebook มีอะไรบ้าง
Q. การ upgrade notebook สามารถทำอย่างไรได้บ้าง
8月17日 My every Ordinary DayMy every Ordinary DaY
เริ่มทำงานมาได้เดือนครึ่งแล้ว
ชีวิตประจำวัน เกือบจะเรียกได้ว่า routine
แต่ก็เป็น routine ทีบิดเบี้ยวเต็มทน
เพราะไม่ได้ตื่นนอนอาบน้ำ กินข้าว ทำโน่นทำนี่เวลาเดิมทุกวัน
สิ่งที่ทำทุกวันก็เริ่มจากการตื่นสาย (กว่าที่มันควรจะเป็น)
และก็ไปทำงานสาย
(กินเงินเดือนเจ้านายและกินแรงคนทั้งออฟฟิส
โดยเฉพาะอีเปิ้ลที่ต้องทำงานล่วงไปแล้วเกือบสองชั่วโมงกว่าอิชั้นจะเด็จไปถึง
เวลาเก็บของก่อนเลิกงาน มันก็จะเหน็บแนมด้วยความรักใครว่า
"แหม่!! อีนี่ มาก็ช้ายังจะรีบกลับอีกนะ")
ช่วงเวลาที่มีความสุขระหว่างวัน
ก็จะเป็นเวลาที่ได้นั่งรถเมล์ไป
(ขอย้ำ ว่านั่งรถเมล์ ถ้ายืนก็จะเซ็งนิดหน่อย)
อ่านหนังสือ
ฟังเพลง
และแอบเหม่อไปนอกหน้าต่างในบางที
สงสัยคงเป็นเพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่คนเดียวแบบเหงาน้อยที่สุด
เพราะมีคนล้อมหน้ารอบหลังเพียบไปหมด
ไม่เหงามากเท่าตอนอยู่ห้อง
บางทีเจอเจ๊แก่ๆ ก็ต้องลุกให้เขานั่งบ้าง เพราะผู้ชายใจจืดมันนั่งอยู่ถ้วนทั่วทุกหัวระแหง (รถเมล์)
พอนั่งรถเมล์ผ่านช่วงที่เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะทอดสายตาออกไปไกลๆ
เพื่อพักสายตาบ้าง คิดอะไรก็เพลินดี
(เพราะมันเป็นที่เดียวตลอดการเดินทางของ 515 ที่สามารถทอดสายตาได้)
บางครั้งเวลาผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะคิดถึงทะเลที่บ้าน คงเป็นเพราะว่า
แม่น้ำเจ้าพระยาในตอนนี้ก็ทำหน้าที่เดียวกับทะเลในตอนนั้น
แม้ตอนนั้นจะคิดว่ามันขี้เหร่แล้วก็ take it for granted ก็เหอะ
ตอนนี้คิดถึงจัง
ทุกกว่าจะไปถึงที่ทำงานก็สาย
ทำงานได้สักพักก็ไปกินข้าวเที่ยง
แล้วก็กลับมา
ทำงาน
ทำงาน
ทำงาน
หรือไม่ก็นั่งว่างงงงง มันแม่งทั้งวัน เล่นเน็ตกะอีเปิ้ล
แล้วก็เลิกงาน
ไปกินข้าว
กลับบ้าน
นั่งรถเมล์/ยืนรถเมล์
อ่านหนังสือ/ฟังเพลง
----------------------------------
อยูคนเดียวบางทีก็ดีเหมือนกัน
เหงาหน่อยแต่ก็ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
-----------------------------------
ช่วงกลางวันเวลาอยู่กับอีเปิ้ล จะเป็นช่วงที่ฮาที่สุด เพราะอีเปิ้ลมันเมากัญชาทั้งวัน
ขำอยู่ทั้งวัน ไม่ยอมเลิก อีนี่มันอารมณ์ดีผิดมนุษย์จริงๆ
จะมีบ้างก็บางวันเวลาที่มันจิตตกเรื่องงาน
เราก็จะทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไปหาหนังสือมาอ่านแก้เซ็งแทน
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ชีวิตการทำงานก็มีอยู่แค่นี้
งานที่ทำก็สนุกดี
อาจจะเป็นเพราะยังใหม่อยู่เลยสนุกกับมัน
งานก็ยังไม่หนักมากนัก
เพื่อนก็มี เลยไม่เหงาในที่ทำงาน
คนอื่นๆ เขาก็เป็นกันเอง
อยู่ๆ ไปแล้วมันก็สบายใจดี
บางทีก็ได้ออกไปข้างนอกบ้างก็สนุกเหมือนกัน
ได้ออกไปดูของที่คาร์โก้
โน่นๆ นี่ๆ ก็สนุกดีและหมดไปอีกวัน
แต่ก็มันเหมือนมันขาดๆ ยังไงก็ไม่รู้
ดีนะที่ได้ทุนซะ ดีใจที่ได้ และเกินคาดเพราะไม่คิดว่าจะได้ไป
ไปเรียนที่รัสเซียมันด้วยกันทั้งฝูงนี่แหละ
ไปกันหมด
มีคนบอกว่า
"ไม่รู้แตมกับเปิ้ลทำบุญด้วยอะไร งานก็ได้ทำด้วยกัน ได้ทุนก็ยังได้คณะเดียวกันอีก"
เปิ้ลเลยตอบให้หายข้องใจว่า
"ปลาท่องโก๋"
ลองชาตินี้มันรู้แล้วว่า ทำแล้วมันซวยต้องมาพบเจอกับกูทุกทีไป
สงสัยมันจะเลี่ยงไม่ใช้ปลาท่องโก๋แล้วอ้ะ (ลงทุนอีกหน่อยนะอีเปิ้ล)
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
สืบเนื่องจากเรื่องได้ทุน
เป็นเพราะว่าการได้ทุนนี้
มันไม่ใช่ทุนที่ยากอะไรนักหนา
ไม่จำเป็นต้องเรียนดีมาก เริ่ด เพอเฟก ก็สามารถได้ทุนได้
ตอนนี้มันก็อยู่แค่ว่า จะมีพ๊อคเก็ตมันนี่พอที่จะอยู่และไปเรียนได้รึปล่าว
ช่วงนี้ใครๆ ก็รู้ว่า เศรษฐกิจ ขาลง เล่นทำกราฟเป็นมุมฉาก ดิ่งลงไปเรื่อยๆ
สำหรับร้านถ่ายรูปเงินไม่หนาอย่างบ้านเราที่มันแย่อยู่แล้วมันก็ร่วงลงไปได้อีก และคิดว่าคงได้มากกว่านี้อีก
อย่างไม่มีที่สิ้นสุดและขีดจำกัด
ทั้งนี้และทั้งนั้น
เนื่องจากผลทุนมันประกาศก่อนวันแม่ไม่กี่วัน
หลังจากเราเชื่อว่าเราจะไม่มีโอกาสได้ก้าวเท้าออกจากเขตแดนประเทศไทยในชีวิตนี้
เพราะไม่มีตังมากพอ
หลังจากที่เราเชื่อว่าเราทำงานหาเงินเองได้ และจะไม่รบกวน ขอตังพ่อและแม่ใช้อีก
ยังไม่ครบเดือน
เราก็ต้องขอแม่อีกแล้ว
แม่เป็นคนที่วิ่งเต้น หาเงินให้เราทุกบาททุกสตางค์แลกกับการที่จะได้ไปในครั้งนี้
เรียกว่ารีดกันเลยทีเดียว
ทำให้เรารู้สึกว่า วันแม่ปีนี้ เราไม่ได้ทำอะไรให้แม่เลย แต่แม่ยังกลับต้องมาลำบากเพราะเราอีก
แต่ก็เอาเถอะ หวังว่ามันจะทำให้แม่ภูมิใจได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ
เนื่องในวันแม่
ขอให้แม่มีความสุขกับตัวเองบ้าง
เครียดให้น้อยลง
สุขภาพดีขึ้น
ให้แม่ผอมๆ
สาธุ
ปล. รักและคิดถึงแม่นะก๊าบบบบบบบบบ
(จากเรื่องที่ทำงานกลายมาเป็นเรื่องวันแม่ได้ไง!!!)
6月30日 ฮ่วย!!!! สุดยอดการบริการอันดับหนึ่งของเอเซอร์......กาลครั้งหนึ่งเมื่อเดือนนึงมาแล้ว......
พีซีของข้าพเจ้าเกิดอาการเฮี้ยนขึ้นมากระทันหัน
(อยู่ดีๆ พี่แกก็ลุกลี้ลุกลน นึกจะเกลียดกัน)
เปิดมันไม่ได้กันซะอย่างนั้น
เปิดไม่ได้อย่างเดียวไม่พอ
พี่แกเสือกชอบทำตัวให้ความหวัง
เปิดติดขึ้นมาแว๊บบบบ!!! ไม่ถึงสามวิ ก็ดับไปอย่างไร้ร่องรอย
ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก ขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่ได้
รีบก็รีบ จะใช้ ก็ไม่ได้ใช้ ต้องเอาไปส่งศุนย์ให้ช่างซ่อม
เรื่องของเรื่องคือ เมื่อย้ายออกมาจากทุ่งรังสิตแล้ว
การจะไปที่ไหนก็จะเซ็งมาเพราะรถติด
ถ้าอยู่รังสิตไปเซียร์ แป๊บเดียวถึง รถไม่ติด สบาย
แต่นี่
จะรีบใช้ ก็เลยต้องยกทูลหัวทูนเกล้ากันไปพระราม 3
ศูนย์บริการสาขาใหญ่ของเอเซอร์
.
.
.
.
.
.
Round One
ณ ศูนย์บริการสาขาใหญ่ของเอเซอร์
ซึ่งตัวข้าพเจ้าคาดหวังไว้ว่า เป็นถึงศูนย์ใหญ่ ก็ต้องมีการบริการที่ดีให้ (สักนิดน่า)
วันที่ยกมาเป็นวันเสาร์ ช่างก็ไม่มี เชคก็ไม่ได้ เลยต้องทิ้งเอาไว้..แล้วรอฟังผล
ขาไปนี่ก็จะให้ยกพีซีขึ้นรถเมล์ก็ไม่ไหว
ก็ต้องแทกซี่ล่ะคับ พี่น้อง ค่ารถก็ปาเข้าไป ร้อยกว่าบาท
วันจันทร์ พอทางศูนย์ติดต่อกลับมาก็บอกว่า คอมไม่ได้เป็นอะไรเลย
ก็เลยนึกว่าตัวเองอุปทานไปเอง
คงไม่เป็นอะไรจริงๆ
พอเอากลับมา แม่งก็เป็นเหมือนเดิม ฮ่วย กูจะยกไปทำไม
ก็เลยโทรไปบอกมัน ...มา!!! มึงกลับมาเอาเลยนะ ยกไปซ่อมนะไม่ได้ยกไปให้ดู...
ปล่าวไม่ได้พูดงี้หรอก 555 พูดงี้เขาก็ตบกูกะโหลกแตกสิ
(.....ขอสายผู้จัดการค่ะ.....)
เขาก็ดีนะ มายกไปซ่อมให้ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่มีบริการนี้
(บริการเสริม กูจัดเอง เก่งไม๊)
ต้องให้โทรไปจิก ถึงจะมีบริการ ยกไปซ่อมให้
แล้วก็โทรมาบอกว่า ไม่เจออาการอะไรเหมือนเดิม มีแต่ไดร์ฟ เอเสีย เดี๋ยวเปลี่ยนให้
(บ้านใครที่ไหนเขายังใช้กันอีกวะ....ไม่เปลี่ยนกูก็ไม่เดือนร้อนหรอก)
พอตอนไปเอาก็ถามว่าต้องจ่ายตังเท่าไหร่ ---มันก็บอกว่าไม่ต้องจ่าย
แต่พอเอากลับมาก็ยังใช้ไม่ได้อยู่ดี
สุดท้าย สุดทน เลยต้องยกไปพันทิพย์ เพราะไม่มีตังยกไปพระรามสามแล้ว
.
.
.
.
.
.
Round Two
พอไปพันทิพย์ แค่สแกนบาร์โค้ดเครื่อง มันบอกว่า
เครื่องหมดประกันแล้ว ถ้าส่งซ่อม ไม่ว่ายังไงๆ ก็ต้องจ่ายค่าบริการ 535 บาท
ค่าอะไหล่ไม่ต้องเสีย เพราะยังไม่ครบสามปี
นี่...กูยกไป ยกมา ยกไป ยกมา ค่ารถก็เสีย ค่ากินก็เสีย ซ่อมก็ไม่ได้
ยังต้องเสียค่าบริการอีก
หึหึหึ...อยากตะโกนใส่หน้ามันว่า...กูไม่มีตังแล้วโว้ย
(ทำไรไม่ได้---ยกคอมกลับ)
.
.
.
.
.
.
Round Three
รอบสุดท้าย
ต้องโทรไปกัดจิกกับ Call Center
บอกว่านี่มันยังไงกัน ห๊า!!
ซ่อมก็ซ่อมไม่ได้ เสียเวลา เสียแรง เสียเงิน
แถมที่นั่นบอกไม่คิดค่าซ่อม แต่ที่นี่คิด
คุณพนักงานก็เลยโทรไปประสานงานได้
สรุปว่าต้อง repeat
เรื่องที่เล่ามา ประมาณสาม ถึงสามสี่รอบให้ผู้เกี่ยวข้อง อันได้แก่
call center, พนักงานที่ศูนย์เอเซอร์ และ ผู้จัดการ
กูจะจำได้ขึ้นใจอยู่แล้ว
เสร็จแล้วสรุปสุดท้าย พี่แกไปปรึกษากัน
จนได้เรื่องมาว่า คราวที่แล้วเป็นการผิดพลาดของพนักงาน
ที่สแกนบาร์โค้ดแล้วเข้าใจว่า เครื่องยังมีอายุไม่เกินหนึ่งปี
ส่วนการที่เปลี่ยนไดร์ฟเอแล้วไม่คิดเงินนั้น ยกผลประโยชน์ให้
(ฮ่วย!!! อย่ามาพูดอย่างนี้นะกูไม่ใช่ความผิดกูเลย ไม่ต้องมาแสดงให้เป็นหนี้บุญคุณ กูไม่รู้สึกหรอกโว้ย!!!)
(แถมทุกวันนี้ โลกไหนเขายังใช้กันอยู่อีกไดร์ฟเออ้ะ)
สี่ห้าวันต่อมา
หลังจากที่ตกลงกันได้เรียบร้อย เอาเครื่องไปส่งที่พันทิพย์
พอเสร็จ
เขาส่งแมสเซจมาบอกให้ไปรับกลับ
ก็เลยโทรไปถาม call center
มันก็บอกว่า มีค่าบริการ 535 บาท
แม่ง!!!! คิดตังกูอีกและ....ไม่รู้จักจำ
แค้นนนน!!!!!
อย่างนี้ก็ต้องโทรไปหา call center อีกสักที เผื่อจะฟื้นความจำได้
หลังจาก repeat เรื่องที่เล่ามาแล้วเป็นรอบที่ แสนแปด
"ตกลงว่าจะเอายังไงคะ ก็คุยกันไว้อย่างนึง แต่ทำอีกอย่าง"
"เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา แล้วไม่ได้อะไรกลับมาอย่างนี้ดิฉันควรทำยังไงเหรอคะ คิดจะรับผิดชอบกันบ้างไม๊"
"ที่ซื้อเอเซอร์นี่ ซื้อบริการนะคะ แต่ถ้าได้บริการอย่างนี้กลับมาก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงดี"
"งั้นเดี๋ยวขอโทรไปถามที่ศูนย์พันทิพย์ก่อนนะคะ"
"คุณเมฆินีคะ ตกลงว่า ค่าอะไหล่ และค่าบริการไม่คิดนะคะ"
"ค่า"
กูพูดจนไม่ต้องจ่ายมันจนได้นั่นแหละ
ปล. ตอนไปเอาเครื่อง เมเนเจอร์ที่ศูนย์พันทิพย์บอกว่า
ตกลงว่า ค่าบริการฟรีแค่ครั้งนี้นะครับ หรือว่าครั้งต่อไปด้วย
(ยังๆ ยังกวนตีนอีก เดี๋ยวๆ เดี๋ยวมึงเจอคอลเซ็นเตอร์) 6月28日 การอยู่บ้านการอยู่บ้านช่างมีความสุขนักแล
ห่างกันไปนานแสนนาน บ้านที่แสนคิดถึง
บ้านที่ทั้งรกทั้งเน่า
เราก็อยู่กันมาได้เป็นสิบๆ ปี
ตอนนี้ก็ยังรักที่จะอยู่ต่อไป เรื่อยๆ เรื่อยๆ
การกลับบ้าน แค่อาทิตย์เดียว ทำให้รู้ว่า
การไปตลาด ช๊อปปิ้ง ทำกับข้าว เช้า-เย้น เช้า-เย็น มันช่างมีความสุข
เงินก็ไม่มี อยากเกาะพ่อแม่กินอย่างนี้เรื่อยไป
ดูท่าพ่อกับแม่จะชอบให้ทำกับข้าวด้วย
ขาดก็แต่คนล้างจาน ---- เซ็งเป็ด
แทนที่น้องมันจะช่วย บางวันมันก็แดกแล้วชิ่ง
บางวันมันก็ไม่ยอมกิน เพราะไม่อยากมีภาระรับผิดชอบ----ล้างจาน
แค้น!!!!...แม่งเอ๊ย...
วันนี้วันสุดท้าย สั่งลาด้วยอาหารสนองตัณหา
แกงส้มปลากระบอกกับต้นอ้อ ปลาทูทอด ปลาช่อนตากแห้งทอด น้ำพริกกุ้งแห้งเปรี้ยวๆ สะตอ
แหม่!!!! เหนือคำบรรยายจริงๆ ครับท่าน
มาสงขลาเมื่อไหร่ ถ้าไม่ได้กินปลากระบอกก็เหมือนไม่ได้มา
เครื่องแกงและน้ำพริกตำเอง ตำตั้งแต่ห้าโมง สองทุ่มเพิ่งได้กิน เหนื่อย!!!
นี่แหละน้า ที่ว่ามันอร่อย ก็ตำเอง แกงเอง กินเอง
นานก็นาน เหนื่อยก็เหนื่อย อร่อยว่ะ แม่งเอ๊ย
ไม่อยากกลับกรุงเทพแล้ว
ฮ์อๆ น้ำพริกกะปิ และสะตอของหนู ฮือๆ
|
leave a message
|
|||||||||||||||
|
|